ธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 2.5% ในการประชุมวันนี้ (29 ต.ค.) ตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ อย่างไรก็ตาม ความสนใจของตลาดอาจอยู่ที่ความปั่นป่วนในตลาดพันธบัตรฝรั่งเศส และความไม่แน่นอนเกี่ยวกับอนาคตของ คริสติน ลาการ์ด ประธาน ECB มากกว่าผลการตัดสินใจเรื่องดอกเบี้ย
ขณะนี้นักลงทุนทั่วโลกกำลังเผชิญกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ปรับตัวสูงขึ้น จากความคาดหวังว่าเศรษฐกิจจะเติบโตแข็งแกร่งขึ้น การออกพันธบัตรเพื่อระดมทุนที่เพิ่มขึ้น และการลงทุนมหาศาลในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ต้นทุนการกู้ยืมสูงขึ้นทั้งสำหรับรัฐบาล ภาคครัวเรือน และภาคธุรกิจ
สำหรับฝรั่งเศส ความกังวลของนักลงทุนเพิ่มขึ้นจากภาระหนี้สาธารณะที่สูงขึ้นและแนวโน้มฐานะการคลังที่ยังไม่แน่นอนหลังการเลือกตั้งในปีนี้ โดยความกังวลดังกล่าวยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น หลังนักการเมืองฝ่ายซ้ายบางส่วนเสนอให้ยกเลิกหนี้พันธบัตรที่ ECB ถือครองอยู่
ผลที่ตามมาคือฝรั่งเศสต้องจ่ายต้นทุนการกู้ยืมสูงขึ้นอย่างมาก โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรของประเทศอยู่ในระดับสูงที่สุดระดับหนึ่งในรอบ 25 ปี ขณะที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรฝรั่งเศสเมื่อเทียบกับพันธบัตรรัฐบาลเยอรมนี ซึ่งเป็นมาตรฐานอ้างอิงของยูโรโซน กว้างกว่าประเทศอื่น ๆ ในกลุ่ม
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดการคาดการณ์ว่า ECB อาจต้องเข้ามารับมือกับความปั่นป่วนในตลาด แม้ในระยะแรกอาจเป็นเพียงการส่งสัญญาณด้วยวาจา โดยกิลส์ โมเอค หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ AXA Group บริษัทประกันภัยฝรั่งเศสมองว่า การเปิดทางเลือกให้ ECB สามารถเข้าแทรกแซงได้ยังคงมีความสำคัญอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังมีโอกาสไม่มากที่ ECB จะเข้าแทรกแซงจริง
หากจำเป็น ECB อาจใช้มาตรการเบื้องต้นด้วยการนำเงินที่ได้รับคืนจากพันธบัตรซึ่งซื้อไว้ในโครงการซื้อสินทรัพย์ก่อนหน้านี้ ไปซื้อพันธบัตรชุดใหม่ โดยปรับสัดส่วนการลงทุนให้เหมาะสม เพื่อช่วยลดแรงกดดันในตลาดพันธบัตร
นอกจากนี้ ECB ยังสามารถใช้เครื่องมือปกป้องการส่งผ่านนโยบายการเงิน (Transmission Protection Instrument: TPI) ซึ่งออกแบบมาเพื่อรับมือกับแรงกดดันจากตลาดที่ผู้กำหนดนโยบายเห็นว่าไม่สมเหตุสมผล โดยจนถึงขณะนี้ ECB ยังไม่เคยใช้เครื่องมือดังกล่าว
นักเศรษฐศาสตร์ของ Algebris บริษัทบริหารจัดการกองทุน ระบุในบันทึกวิเคราะห์ว่า ความเสี่ยงจากฝรั่งเศสยังจำกัดอยู่ภายในประเทศ แต่หากปัญหาลุกลามไปยังประเทศสมาชิกยูโรโซนอื่น ๆ ECB อาจพิจารณาใช้เครื่องมือ TPI กับประเทศเหล่านั้น ขณะที่ยังคงยืนกรานไม่เข้าแทรกแซงฝรั่งเศส
ECB จ่อขึ้นดอกเบี้ยอีก อาจเริ่มเร็วสุดเดือนธ.ค.
แม้เผชิญความปั่นป่วนในตลาดพันธบัตร แต่ ECB ยังต้องระมัดระวังความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ โดยธนาคารกลางได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมาแล้ว 2 ครั้งนับตั้งแต่เดือนมิ.ย. และคาดว่าจะกลับมาใช้นโยบายการเงินแบบเข้มงวดขึ้นในช่วงหลายเดือนข้างหน้า เพื่อป้องกันไม่ให้ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นจากความขัดแย้งกับอิหร่านส่งผลให้ราคาสินค้าและค่าจ้างเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่สูงขึ้น โดยเฉพาะในฝรั่งเศสซึ่งมีภาระหนี้สูง กำลังผลักดันต้นทุนการกู้ยืมของภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจให้เพิ่มขึ้น ขณะที่ลาการ์ดเคยระบุว่าภาวะดังกล่าวจะส่งผลให้การเติบโตทางเศรษฐกิจชะลอตัวและกดดันเงินเฟ้อให้ลดลง
ท่ามกลางความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อที่ยังคงมีอยู่และภาวะการเงินที่ตึงตัวขึ้น ตลาดจึงคาดว่า ECB จะคงอัตราดอกเบี้ยเงินฝากไว้ที่ 2.5% ในการประชุมวันนี้ แต่ส่งสัญญาณว่ามีโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้ง โดยอาจเร็วที่สุดในเดือนธ.ค.
โฮลเกอร์ ชมีดิง หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของเบเรนเบิร์ก ธนาคารเยอรมนี ประเมินว่า ECB อาจส่งสัญญาณว่าราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นระลอกล่าสุดทำให้ความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อมีแนวโน้มสูงขึ้นมากกว่าที่ประเมินไว้เมื่อเดือนก.ย. ขณะที่ตลาดเงินคาดการณ์ว่า ECB อาจปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกประมาณ 3 ครั้ง ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยเงินฝากเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 3.25%
จับตาอนาคตลาการ์ด ท่ามกลางความไม่แน่นอนด้านเศรษฐกิจ
นอกจากปัญหาตลาดพันธบัตรแล้ว อนาคตของลาการ์ดยังเป็นอีกประเด็นที่ถูกจับตา โดยเธอเตรียมตอบคำถามเกี่ยวกับแผนการดำรงตำแหน่งในการแถลงข่าววันนี้ ท่ามกลางกระแสคาดการณ์ว่า เธออาจลาออกก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสในช่วงฤดูใบไม้ผลิปีหน้า แม้วาระของเธอจะเหลืออีกประมาณ 1 ปีก็ตาม
หากลาการ์ดลาออกก่อนครบวาระ เอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส และผู้นำประเทศอื่น ๆ ในสหภาพยุโรป (EU) จะมีโอกาสแต่งตั้งบุคคลเข้ารับตำแหน่งสำคัญด้านเศรษฐกิจของกลุ่มก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศส ซึ่งผลสำรวจความคิดเห็นชี้ว่าฝ่ายขวาจัดอาจคว้าชัยชนะได้
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานเมื่อต้นเดือนต.ค.ว่า สภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum: WEF) อาจแต่งตั้งลาการ์ดเป็นประธานคนใหม่เร็วที่สุดในเดือนพ.ย. ซึ่งจะเร่งให้เธอออกจากตำแหน่งประธาน ECB และนำไปสู่การปรับเปลี่ยนบุคลากรระดับสูงของธนาคารกลางในวงกว้าง
เฮนรี คุก นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสของ MUFG บริษัทนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์จากญี่ปุ่นมองว่า ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับผู้นำของธนาคารกลางเป็นสถานการณ์ที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่งในช่วงที่ ECB ต้องรับมือกับภาวะการเงินที่ตึงตัวขึ้น ราคาพลังงานที่สูงขึ้น และแนวโน้มเศรษฐกิจมหภาคที่มีความไม่แน่นอนมากกว่าเดิม
สำหรับผู้ที่มีโอกาสขึ้นดำรงตำแหน่งประธาน ECB ต่อจากลาการ์ดนั้นได้แก่ คลาส น็อต อดีตผู้ว่าการธนาคารกลางเนเธอร์แลนด์ และปาโบล เอร์นันเดซ เด โกส อดีตผู้ว่าการธนาคารกลางสเปน ถูกมองว่าเป็นตัวเต็งในขณะนี้
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช/กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์