เชลล์ (Shell) บริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่ของอังกฤษ รายงานกำไรไตรมาส 3 เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวจากปีก่อน แตะ 1.081 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยได้แรงหนุนจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่สูงขึ้น และอุปทานน้ำมันสำเร็จรูปทั่วโลกที่ตึงตัว ท่ามกลางความขัดแย้งในตะวันออกกลางและสงครามรัสเซีย-ยูเครน
กำไรที่ปรับปรุงแล้ว (adjusted earnings) เพิ่มขึ้นจาก 5.43 พันล้านดอลลาร์ในช่วงเดียวกันของปีก่อน และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 9.92 พันล้านดอลลาร์ นับเป็นกำไรรายไตรมาสสูงสุดนับตั้งแต่ไตรมาส 2/2565 หลังรัสเซียเปิดฉากบุกยูเครนเต็มรูปแบบ
ค่าการกลั่นอ้างอิงของบริษัทพุ่งขึ้นแตะ 42 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แซงสถิติเดิมที่ 28.04 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในไตรมาส 2/2565 และสอดคล้องกับประมาณการที่บริษัทเปิดเผยเมื่อต้นเดือนนี้
นอกจากนี้ เชลล์ยังประกาศซื้อหุ้นคืนมูลค่า 5 พันล้านดอลลาร์ในช่วง 3 เดือนข้างหน้า โดยวาเอล ซาวาน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่า บริษัทมีผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง แม้ระบบพลังงานโลกยังเผชิญความปั่นป่วนอย่างหนักและต่อเนื่อง
ราคาน้ำมันดิบผันผวนอย่างมากในปีนี้ หลังสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านและการโจมตีเรือในช่องแคบฮอร์มุซส่งผลกระทบต่อการส่งออกน้ำมันจากประเทศในอ่าวเปอร์เซีย
ขณะเดียวกัน กำลังการกลั่นน้ำมันทั่วโลกที่ไม่เพียงพอ ประกอบกับการโจมตีโรงกลั่นในรัสเซีย ทำให้ราคาน้ำมันสำเร็จรูป ทั้งเบนซิน ดีเซล และเชื้อเพลิงเครื่องบิน ปรับตัวสูงขึ้น
โดย วรวิชญ์ สิทธิวัง/พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต