จอห์น ลี ผู้บริหารสูงสุดเขตบริหารพิเศษฮ่องกง แถลงขอโทษต่อเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายและสาธารณชนในวันนี้ (29 ต.ค.) ต่อกรณีเหตุเพลิงไหม้ครั้งรุนแรงที่กลุ่มอาคารพักอาศัยหวั่งฟกคอร์ต (Wang Fuk Court) เมื่อเดือนพ.ย. ปีที่แล้ว ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนไปถึง 168 ราย พร้อมให้คำมั่นว่าจะเร่งปฏิรูปอุตสาหกรรมก่อสร้างและระบบการกำกับดูแลของฮ่องกงอย่างครอบคลุมและรวดเร็ว
ในนามของรัฐบาลเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ผมขอแสดงความขอโทษต่อเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายและประชาชนทุกคน ลีกล่าว
ลีมีถ้อยแถลงดังกล่าวก่อนเปิดเผยรายงานผลการสอบสวนความยาวกว่า 1,000 หน้า ซึ่งจัดทำโดยคณะกรรมการที่มีผู้พิพากษาเป็นประธาน โดยรายงานได้ระบุถึงความล้มเหลวในวงกว้างด้านธรรมาภิบาลและการกำกับดูแลในระบบการปรับปรุงซ่อมแซมอาคารของฮ่องกง
นอกจากนี้ ผู้นำฮ่องกงยังได้ประกาศการลาออกจากตำแหน่งของ วินนี โฮ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการเคหะฮ่องกง พร้อมกล่าวสอดรับกับรายงานผลการสอบสวนว่า มีหน่วยงานภาครัฐ 4 แห่งที่ต้องร่วมรับผิดชอบบางส่วนต่อเหตุเพลิงไหม้ ซึ่งในรายงานระบุว่าน่าจะเริ่มต้นมาจาก แหล่งความร้อนคุกรุ่น ซึ่งน่าจะเป็นบุหรี่
วินนี โฮ ถือเป็นเจ้าหน้าที่รัฐรายแรกที่ลาออกจากตำแหน่งจากโศกนาฏกรรมเพลิงไหม้ดังกล่าว ขณะที่รัฐบาลฮ่องกงได้จัดตั้งคณะทำงานอิสระเพื่อดำเนินการสอบสวนหาตัวเจ้าหน้าที่รัฐที่ต้องรับผิดชอบ และกำหนดมาตรการลงโทษทางวินัยต่อไป
ลีเปิดเผยด้วยว่า เอริก ชาน หัวหน้าเลขาธิการฝ่ายบริหารของฮ่องกง จะเข้ามาทำหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนเพื่อกำกับดูแลการปฏิรูปตามข้อเสนอแนะในรายงาน ซึ่งจะรวมถึงการออกกฎหมายกำหนดให้พฤติกรรมการฮั้วประมูลทั่วทั้งอุตสาหกรรมก่อสร้างมีความผิดทางอาญา โดยมีโทษปรับสูงสุด 10 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง และโทษจำคุกสูงสุด 10 ปี
รายงานของคณะกรรมการสอบสวนระบุว่า บริษัท เพรสทีจ คอนสตรัคชั่น แอนด์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (Prestige Construction & Engineering Co Ltd) ซึ่งเป็นผู้รับเหมา และบริษัท วิลล์ พาวเวอร์ อาร์คิเทกต์ส จำกัด (Will Power Architects Co Ltd) ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาโครงการ ต้องเป็นผู้รับผิดชอบหลัก โดยมีการตั้งข้อหาทางอาญาที่เกี่ยวข้องกับเหตุเพลิงไหม้ไปแล้วอย่างน้อย 25 กระทงต่อบริษัทเพรสทีจ, บริษัทวิลล์ พาวเวอร์ และบุคคลอีก 7 ราย ซึ่งรวมถึงข้อหาฆ่าคนตายโดยไม่เจตนา สมรู้ร่วมคิดในการฉ้อโกง การฟอกเงิน และการหลบเลี่ยงภาษี
นอกจากนี้ รายงานยังระบุเพิ่มเติมถึงการดำเนินงานที่ผิดกฎหมายและพฤติกรรมที่ไม่ชอบมาพากลในวงการก่อสร้างที่เกิดขึ้นอย่างแพร่หลายว่าเป็น ระบบนิเวศแห่งการทุจริต โดยการฮั้วประมูลมีหลายฝ่ายเข้ามาพัวพัน และบางส่วนมีความเชื่อมโยงกับแก๊งอาชญากรรมจัดตั้งหรือกลุ่มอิทธิพลมืด
เพลิงไหม้อาจดับลงแล้ว แต่การปฏิรูปเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น รายงานระบุ
คณะกรรมการพบว่า ไม่มีหน่วยงานรัฐบาลใดที่แสดงความรับผิดชอบอย่างจริงจังต่อประเด็นความปลอดภัยด้านอัคคีภัย และข้อร้องเรียนเกี่ยวกับอันตรายจากอัคคีภัยกลับตกอยู่ในสุญญากาศ
ทั้งนี้ เหตุเพลิงไหม้ดังกล่าวได้ลุกลามเผาทำลายอาคารสูง 31 ชั้น จำนวน 7 หลัง ภายในกลุ่มอาคารพักอาศัยหวั่งฟกคอร์ต ซึ่งอยู่ระหว่างการปรับปรุงซ่อมแซม ถือเป็นเหตุเพลิงไหม้ครั้งร้ายแรงที่สุดของฮ่องกงนับตั้งแต่ปี 2491 และส่งผลให้ประชาชนหลายพันคนต้องไร้ที่อยู่อาศัย
โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/ปรียพรรณ มีสุข