ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ยูโรแข็งค่า หลัง ECB ส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยสกัดเงินเฟ้อ

ข่าวต่างประเทศ Friday October 30, 2026 07:07 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

สกุลเงินยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันพฤหัสบดี (29 ต.ค.) หลังจากธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมล่าสุด แต่เตือนว่าความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อกำลังปรับตัวสูงขึ้นเนื่องจากภาวะต้นทุนพลังงานสูง ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณว่า ECB อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธ.ค.

ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.17% แตะที่ระดับ 102.037

ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1162 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1150 ดอลลาร์ในวันพุธ (28 ต.ค.) ส่วนเงินปอนด์แข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.3361 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3316 ดอลลาร์

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 157.96 เยน จากระดับ 158.05 เยนในวันพุธ ขณะเดียวกันก็อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.8264 ฟรังก์ จากระดับ 0.8290 ฟรังก์ และอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3986 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.4021 ดอลลาร์แคนาดา

ธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมเมื่อวานนี้ แต่เตือนว่าราคาพลังงานที่พุ่งขึ้นทำให้มีความเสี่ยงที่อัตราเงินเฟ้อจะปรับตัวสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ นอกจากนี้ ECB แถลงว่า คริสติน ลาการ์ด ประธาน ECB ได้ประกาศลาออกจากตำแหน่งแล้ว โดยจะมีผลในวันที่ 7 ก.พ. 2570

นักวิเคราะห์จากบริษัท Saltmarsh Economics กล่าวว่า ECB มีมติคงอัตราดอกเบี้ยตามคาด แต่ส่งสัญญาณว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนธ.ค.ยังคงมีความเป็นไปได้สูง โดยอ้างถึงความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ นอกจากนี้ การประกาศลงจากตำแหน่งของคริสติน ลาการ์ด ทำให้นักลงทุนจับตาว่า ECB จะดำเนินนโยบายการเงินในทิศทางใดในปีหน้า

ทั้งนี้ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเขตยูโรโซนพุ่งแตะระดับ 3.8% ในเดือนก.ย. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.ย. 2566 ขณะที่อัตราเงินเฟ้อในหมวดพลังงานพุ่งขึ้นแตะ 18.8% ท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลาง

ด้านสหรัฐฯ เปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจหลายรายการ โดยกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรก ลดลง 1,000 ราย สู่ระดับ 194,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 199,000 ราย

กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลทั่วไป (Headline PCE) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 3.6% ในเดือนก.ย. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเร่งตัวขึ้นจากเดือนส.ค.ที่ปรับตัวขึ้น 3.4%

ส่วนดัชนี PCE พื้นฐาน (Core PCE) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน และเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ให้ความสำคัญ ปรับตัวขึ้น 3.1% ในเดือนก.ย. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งมากกว่าในเดือนส.ค.ที่ปรับตัวขึ้น 3.0%

นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ได้เปิดเผยตัวเลขประมาณการครั้งที่ 1 สำหรับผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 3/2569 โดยระบุว่า GDP ขยายตัว 3.4% ในไตรมาสดังกล่าว สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 3.2% โดยได้แรงหนุนจากการลงทุนด้าน AI การใช้จ่ายของผู้บริโภคที่แข็งแกร่ง

โดย รัตนา พงศ์ทวิช


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ