บมจ.แอสเสท เวิรด์ คอร์ป (AWC) เตรียมเปิดขายกองทรัสต์ AWR มูลค่า 5.1 หมื่นล้านบาท ชูสินทรัพย์ Freehold 100% รวม 5 โครงการชั้นนำ คาดไฟลิ่ง Effective ปลาย ธ.ค. 69 และเปิดจองซื้อ 2028 ม.ค. 70 ชู DPU Yield ปี 70 ที่ 5.446.51% โดยเงินที่ได้จะนำไปชำระคืนหนี้เพื่อลด D/E ลงเหลือ 0.6 เท่าในปี 70 พร้อมวางแผนทยอยขายสินทรัพย์เข้ากองทรัสต์เพิ่มอีกปีละ 12 โครงการ ขณะที่แนวโน้มผลงานไตรมาส 4/69 คาดเติบโตโดดเด่นรับช่วง High Season ยอดจองห้องพักเมืองท่องเที่ยวโตกว่า 100% จากการรุกกลุ่มลูกค้า Luxury กำลังซื้อสูง
นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.แอสเสท เวิรด์ คอร์ป [AWC] กล่าวว่า ความคืบหน้าของกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ เอดับเบิ้ลยูซี ไลฟ์ สไตล์ พร๊อพเพอร์ตีส์ (AWR) คาดว่าจะไฟลิ่งจะ Effective ได้ในช่วงต้นปลายเดือนธ.ค. 69 และคาดว่าจะสามารถเปิดให้นักลงทุนได้จองซื้อหน่วยกองทรัสต์ AWR ในช่วงวันที่ 20-28 ม.ค. 70 และคาดว่ากองทรัตส์ AWR ได้ไนวันที่ 10 ม.ค. 70
โดยกองทรัสต์ AWR จะมีการลงทุนทรัพย์สินศักยภาพสูง 5 โครงการ มูลค่าราว 5.1 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่เป็นกรรมสิทธิ์ (Free Hold) 100% จาก AWC ได้แก่ โครงการดิ เอ็มไพร์ (สาทร) โรงแรมบันยันทรี เกาะสมุย โรงแรมมีเลีย เกาะสมุย โรงแรมบันยันทรี กระบี่ รีสอร์ท และโรงแรมพัทยา แมริออท ซึ่งกองทรัสต์ AWR จะใช้เงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินสัดส่วน 20% เป็นส่วนหนึ่งในการเข้าซื้อสินทรัพย์จาก AWC และเงินที่ได้จากการเสนอขายหน่วยทรัสต์ AWR ซึ่ง AWC จะมีสัดส่วนการถือหน่วยทรัตส์ AWR ที่ 28% และส่วนที่เหลืออีก 72% เป็นสัดส่วนของนักลงทุนต่างๆ
โดย AWC เตรียมใช้เครือข่ายพันธมิตรและสถาบันการเงิน เพื่อขยายการเข้าถึงนักลงทุนทั่วประเทศ รวมถึงรองรับการจองซื้อผ่านเว็บไซต์ AWR และช่องทางออนไลน์ ประกอบกับเปิดโอกาสให้นักลงทุนร่วมลงทุนในสินทรัพย์บนทำเลศักยภาพที่เป็นที่รู้จัก และเติบโตไปพร้อมกับมูลค่าของสินทรัพย์ในระยะยาว ซึ่งกองทรัสต์ AWR คาดว่าจะให้ผลตอบแทนจากเงินปันผล (DPU Yield) ในปี 70 ราว 5.44-6.51% ต่อปี และปี 71 ที่ 5.75-6.90% ต่อปี
ขณะที่การซื้อสินทรัพย์จาก AWC เข้ามาเพิ่มเติมในอนาคต หลังจากการเข้าซื้อสินทรัพย์กลุ่มแรก 5 สินทรัพย์นั้นจะเน้นไปที่การพิจารณาตาม Performance ของสินทรัพย์นั้นๆที่เมื่อซื้อเข้ามาแล้วสามารถสร้างผลงาน และ DPU ของกองทรัตส์ AWR ได้ทันที โดยคาดว่าจะมีการพิจารณาเข้าซื้อ 1-2 สินทรัพย์/ปี ซึ่งยังมีสินทรัพย์ที่กองทรัตส์ AWR จะเข้าทยอยซื้อจาก AWC อีกราว 9 สินทรัพย์ทั้งในกรุงเทพฯและหัวเมืองท่องเที่ยวหลัก
โดยที่กองทรัตส์ AWR ยังคงมีความสามารถในการกู้เงินที่มีความสามารถในการกูิเหลืออีก 40% หรือวงเงินกู้ที่เหลือกว่า 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งตามเกณฑ์ของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ให้กองทรัสต์มีสัดส่วนการกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินได้สูงสุดไม่เกิน 60% ซึ่งระดับปัจจุจันในการกู้ของกองทรัสต์ครั้งแรกที่ 20% ถือว่บต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกองทรัสต์ในตลาดที่มีสัดส่วนการกู้ 40%
ส่วนของ AWC หลังจากที่รับรู้กำไรจากการขายสินทรัพย์เข้ากองทรัสต์ AWR มาแล้ว จะนำเงินที่ได้ไปใช้ในการชำระคืนเงินกู้ยืมสถาบันการเงิน ทำให้อ่ตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) ของ AWC ลดลงมาที่ 0.6 เท่า ในปี 70 จากปัจจุบันที่ 0.9 เท่า ซึ่งถือเป็นระดับที่ค่อนข้างต่ำในปัจจุบัน ส่วนในการพิจารณานำกำไรจากการขายสินทรัพย์มาจ่ายปันผลพิเศษนั้น AWC จะมีการนำมาพิจารณาอย่างเหมาะสมอีกครั้ง โดยปกติ AWC จะมีการจ่ายเงินปันผลปีละ 1 ครั้ง ในเดือนพ.ค.ของทุกปี
ด้านแนวโน้มผลงานของ AWC ในช่วงไตรมาส 4/69 คาดว่าจะยังมีแนวโน้มเติบโตที่ดี จากการเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่น และมีเทศกาล มีงานอีเว้นท์ต่างๆมากมาย ทำให้ยอดการจองห้องพักในบางแห่ง โดยเฉพาะหัวเมืองท่องเที่ยวหลักเติบโตกว่า 100% ประกอบกับการปรับกลยุทธ์เข้าหาลูกค้ากลุ่ม Luxury ที่กลุ่มที่ไม่ยึดติดกับราคา แต่เน้นประสบการณ์พิเศษ ทำให้เป็นการช่วยผลักดันราคาห้องพักเฉลี่ยต่อวัน (ADR) เพิ่มขึ้นสูงได้อย่างดี โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูงที่ชื่นชอบในการเดินทางมาพักผ่อนอย่างเต็มที่
โดย จีรายุทธ จันทรงสกุล/เสาวลักษณ์ อวยพร