ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์กดาวโจนส์ปิดลบ 1.09% Nasdaq ดิ่ง 2.9% ผิดหวังผลประกอบการ Intel-Amazon ฉุดหุ้นชิปทรุด

ข่าวต่างประเทศ Saturday October 31, 2026 06:32 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงอย่างหนักในวันศุกร์ (30 ต.ค.) และดัชนี Nasdaq ร่วงลงวันเดียวคิดเป็นเปอร์เซ็นต์รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 5 มิ.ย. หลังผลประกอบการรายไตรมาสของ Intel และ Amazon ออกมาน่าผิดหวัง ส่งผลให้มีความกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับการใช้จ่ายมหาศาลของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในเทคโนโลยีที่ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น

  • ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ [DJI.X] ปิดที่ 51,770.31 จุด ลดลง 572.25 จุด หรือ -1.09%
  • ดัชนี S&P500 [SP500.X] ปิดที่ 7,580.07 จุด ลดลง 140.32 จุด หรือ -1.82%
  • ดัชนี Nasdaq [NASDAQ.X] ปิดที่ 25,437.00 จุด ลดลง 747.73 จุด หรือ -2.86%

ดัชนี Nasdaq ลดลงแล้ว 7.8% จากระดับปิดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ทำไว้เมื่อวันที่ 6 ต.ค.

ดัชนีหุ้นหลักทั้ง 3 ของสหรัฐฯ ปิดตลาดลดลงตลอดทั้งสัปดาห์ โดยดัชนี S&P 500 และ Nasdaq ปิดเดือนต.ค.ในแดนลบ ขณะที่ดัชนีดาวโจนส์ยังคงปรับตัวขึ้นได้ในเดือนต.ค.

แรงเทขายหุ้นเทคโนโลยีเริ่มต้นขึ้นหลัง Intel และ Amazon เปิดเผยผลประกอบการรายไตรมาสในวันพฤหัสบดี ซึ่งสร้างความผิดหวังให้กับนักลงทุน แม้หุ้น Amazon ลดช่วงติดลบลงระหว่างการซื้อขาย แต่หุ้น Intel กลับดิ่งลงถึง 28.6%

หุ้นกลุ่มชิปร่วงลงอย่างหนัก โดยหุ้น Nvidia ร่วงลง 4.2% และหุ้น AMD ดิ่งลง 10.9% ขณะที่ดัชนีหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์โดยรวมลดลง 7.2% ส่งผลให้การร่วงลงในเดือนนี้มากกว่า 15% ส่วนหุ้นผู้ผลิตเซิร์ฟเวอร์อย่าง Dell และ HP ร่วงลง 10.8% และ 9.6% ตามลำดับ

นักวิเคราะห์รายหนึ่งกล่าวว่า สัปดาห์นี้ไม่ใช่แค่การซื้อขายในวันศุกร์เท่านั้นที่ได้รับอิทธิพลจากประเด็นอนาคตของ AI แต่ยังรวมถึงคำถามว่าเทคโนโลยีดังกล่าวจะมีทิศทางอย่างไร บริษัทต่าง ๆ จะได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนในเชิงบวกหรือไม่ และหากได้รับ จะต้องใช้เวลานานเพียงใด

หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในดัชนี S&P500 ปรับตัวลงรายเดือนคิดเป็นเปอร์เซ็นต์รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค. 2568 ขณะที่หุ้นกลุ่มบริการสื่อสารปรับตัวลงรายเดือนมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย. 2565

ฤดูประกาศผลประกอบการไตรมาส 3 ผ่านพ้นช่วงครึ่งทางไปแล้ว โดยมีบริษัท 299 แห่งในดัชนี S&P500 รายงานผลประกอบการ ซึ่งในจำนวนนี้ 82% มีกำไรสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ตามข้อมูลของ LSEG

นักวิเคราะห์คาดการณ์ในขณะนี้ว่า กำไรของบริษัทในดัชนี S&P500 จะเติบโต 31.6% ในไตรมาส 3 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามข้อมูลของ LSEG

ด้านบริษัทน้ำมันรายใหญ่อย่าง Exxon Mobil และ Chevron ต่างรายงานกำไรรายไตรมาสสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ โดยได้รับประโยชน์จากอัตรากำไรที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ท่ามกลางภาวะชะงักงันของอุปทานพลังงานจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่าน และสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครน ส่งผลให้หุ้น Exxon Mobil ปรับตัวขึ้น 2.2% และหุ้น Chevron เพิ่มขึ้น 2.8%

หุ้น Starbucks ลดลง 1.8% หลังเครือร้านกาแฟรายนี้คาดการณ์ว่า รายได้ตลอดทั้งปีจะลดลง เนื่องจากการขายกิจการในจีนออกไป

ส่วนหุ้นบริษัทที่เกี่ยวข้องกับคริปโทเคอร์เรนซี ได้แก่ Coinbase, Strategy และ Robinhood ปรับตัวลงในช่วง 7.2-10.6% หลังมีรายงานว่าแฮกเกอร์ขโมยสินทรัพย์มูลค่า 6.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐจาก Binance ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซีรายใหญ่ที่สุดของโลก

โดย กัลยาณี ชีวะพานิช


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ