อนุทิน ถกนายกฯ ภูฏาน ดัน FTA เปิดประตูการค้าไทย ส่งออกข้าวหอมมะลิ-อาหารทะเล ขยายความร่วมมือทุกมิติ

ข่าวทั่วไป Saturday October 31, 2026 09:01 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย หารือทวิภาคีกับดาโช เชริง โตบเกย์ (H.E. Dasho Tshering Tobgay) นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรภูฏาน ในโอกาสเยือนภูฏานอย่างเป็นทางการตามคำเชิญของนายกรัฐมนตรีภูฏาน โดยผู้นำทั้งสองฝ่ายได้หารือแนวทางกระชับความสัมพันธ์และขยายความร่วมมือในสาขาต่าง ๆ ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม

ด้านความสัมพันธ์ทวิภาคี ผู้นำทั้งสองฝ่ายยืนยันความสัมพันธ์อันใกล้ชิดระหว่างไทยกับภูฏาน โดยเฉพาะความสัมพันธ์อันดีระหว่างราชวงศ์ของทั้งสองประเทศ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของความสัมพันธ์ทวิภาคี ขณะที่ประชาชนภูฏานนิยมเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทยและชื่นชอบสินค้าไทย สะท้อนถึงความใกล้ชิดระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ

ด้านเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุน ผู้นำทั้งสองฝ่ายแสดงความยินดีต่อการจัดทำความตกลงการค้าเสรี (Free Trade Agreement: FTA) ไทยภูฏาน โดยเห็นพ้องว่า จะเป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มมูลค่าการค้าและขยายโอกาสทางเศรษฐกิจระหว่างกัน

นายกรัฐมนตรีภูฏานเห็นว่า FTA ไทยภูฏาน ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทยในตลาดภูฏาน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งภูฏานสนใจนำเข้ารถยนต์จากไทยเพิ่มขึ้น รวมถึงอุตสาหกรรมอาหารแปรรูปที่สามารถใช้วัตถุดิบจากภูฏานเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้า

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไทยและภูฏานยังมีโอกาสขยายการค้าและการลงทุนระหว่างกันได้อีกมาก โดยไทยมีศักยภาพในการส่งออกสินค้าอาหารและสินค้าเกษตรคุณภาพสูง อาทิ ข้าวหอมมะลิ อาหารทะเล เนื้อไก่ และเนื้อสุกร ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของตลาดภูฏาน

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีเสนอให้ภูฏานเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนไทยมีส่วนร่วมในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ระบบโลจิสติกส์ นิคมอุตสาหกรรม และโครงการด้านพลังงาน รวมถึงส่งเสริมการค้าสินค้าเกษตรระหว่างกัน ตลอดจนขยายโอกาสทางเศรษฐกิจและการลงทุนในเมืองเกเลฟู ซึ่งมีศักยภาพในการพัฒนาเศรษฐกิจในอนาคต

ด้านสาธารณสุขและการพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ นายกรัฐมนตรียืนยันความพร้อมของไทยในการสนับสนุนการพัฒนาระบบสาธารณสุขและบุคลากรทางการแพทย์ของภูฏาน ขณะที่ฝ่ายภูฏานประสงค์จะส่งเสริมให้ประชาชนเดินทางมารับการรักษาพยาบาลและใช้บริการทางการแพทย์ในประเทศไทยเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการรักษาโรคที่มีความซับซ้อน ซึ่งไทยมีบุคลากรและสถานพยาบาลที่มีความเชี่ยวชาญ

ด้านการศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ นายกรัฐมนตรีภูฏานแสดงความสนใจที่จะขยายความร่วมมือด้านการศึกษากับประเทศไทย โดยเฉพาะการส่งเสริมการเรียนรู้ภาษาไทยของประชาชนภูฏาน เพื่อพัฒนาบุคลากรที่สามารถสนับสนุนการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการไทยในภูฏาน อันจะช่วยเพิ่มโอกาสการจ้างงานและเสริมสร้างความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจระหว่างกัน

ด้านพลังงานสะอาดและการพัฒนาที่ยั่งยืน นายกรัฐมนตรีเสนอให้รมว.พลังงานของทั้งสองประเทศพบหารือกัน เพื่อแสวงหาแนวทางขยายความร่วมมือด้านพลังงานสะอาด ส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีเสนอให้จัดเวทีหารือทางธุรกิจ (Business Forum) ระหว่างภาคเอกชนของทั้งสองประเทศ เพื่อเปิดโอกาสให้นักธุรกิจไทยและภูฏานพบปะและแสวงหาความร่วมมือในสาขาที่มีศักยภาพ อาทิ เทคโนโลยี พลังงาน และโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อผลักดันความร่วมมือทางเศรษฐกิจให้เกิดผลเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ ผู้นำทั้งสองฝ่ายแสดงความยินดีต่อกำหนดการลงนามความตกลงความร่วมมือ 3 ฉบับ ในวันที่ 31 ต.ค.69 ซึ่งจะเป็นอีกก้าวสำคัญในการขยายความร่วมมือระหว่างไทยกับภูฏานในระยะต่อไป

ในช่วงท้ายของการหารือ นายกรัฐมนตรีภูฏาน กล่าวว่า สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งภูฏานทรงให้ความสำคัญกับการเยือนของนายกรัฐมนตรีไทยในครั้งนี้ และมีพระราชประสงค์ให้ฝ่ายภูฏานให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น สะท้อนถึงมิตรภาพและความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างสองประเทศ

โดย ฐานิสร์ ทองนอก


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ