ประชาชนชาวญี่ปุ่นเกือบ 10,000 คน รวมตัวชุมนุมหน้าอาคารรัฐสภาแห่งชาติในกรุงโตเกียวเมื่อเย็นวันศุกร์ เพื่อคัดค้านแนวทางของรัฐบาลนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ ที่ต้องการทบทวนนโยบายนิวเคลียร์และเพิ่มขีดความสามารถทางทหารของประเทศ
ผู้ชุมนุมหลายคนแสดงความกังวลว่า การเดินหน้าเสริมกำลังทหารของรัฐบาลทาคาอิจิอาจทำให้ความตึงเครียดกับประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มสูงขึ้น และสร้างความวิตกกังวลด้านความมั่นคงให้แก่ประเทศอื่น ๆ
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังรัฐบาลทาคาอิจิส่งสัญญาณเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนนโยบายนิวเคลียร์หลายครั้ง โดยชินจิโร โคอิซูมิ รัฐมนตรีกลาโหม กล่าวย้ำหลายครั้งว่า การหารือเรื่องการนำเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์มาใช้ยังไม่มีการตัดทางเลือกใดทิ้ง ขณะที่ทาคาอิจิได้ชี้แจงต่อรัฐสภาในเดือนนี้ว่า รัฐบาลจะพิจารณาอย่างจริงจังถึงความเป็นไปได้ที่กองกำลังป้องกันตนเองของญี่ปุ่นจะจัดหาเรือดำน้ำประเภทดังกล่าว โดยจะพิจารณาในแง่ความเป็นไปได้ที่เป็นรูปธรรมและสอดคล้องกับสถานการณ์จริง
นอกจากนี้ สื่อญี่ปุ่นยังรายงานว่า รัฐบาลอาจปรับแก้ถ้อยคำเกี่ยวกับหลักการไม่ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ 3 ประการ (Three Non-Nuclear Principles) ในการปรับปรุงเอกสารด้านความมั่นคงสำคัญ 3 ฉบับของประเทศ ซึ่งมีกำหนดแล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้ โดยประเด็นการพิจารณานโยบายนิวเคลียร์และการเสริมกำลังทหารเป็นหัวใจสำคัญของการชุมนุมครั้งนี้
ผู้ชุมนุมรายหนึ่งให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า ญี่ปุ่นกำลังเดินหน้าเพิ่มขีดความสามารถทางทหาร และมาตรการต่าง ๆ ได้เลยเถิดไปมากแล้ว โดยเขามองว่า การเสริมกำลังทหารจนเกินความจำเป็นในการป้องกันตนเองอย่างชัดเจน หรือถึงขั้นยั่วยุประเทศอื่น ถือเป็นเรื่องผิดปกติอย่างยิ่ง
ขณะที่ผู้ชุมนุมอีกคนหนึ่ง กล่าวว่า ญี่ปุ่นกำลังได้รับผลกระทบอย่างหนักจากวิกฤตการณ์น้ำมัน ส่งผลให้ราคาสินค้าหลายประเภทมีแนวโน้มสูงขึ้น เมื่อฤดูหนาวใกล้เข้ามา ความต้องการใช้เครื่องทำความร้อนก็เพิ่มขึ้น และค่าไฟฟ้ายังคงปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ทั้งที่ค่าจ้างยังคงทรงตัว
เธอระบุด้วยว่า ในช่วงที่ประชาชนกำลังเผชิญกับค่าครองชีพที่สูงขึ้น รัฐบาลกลับต้องการเปิดทางให้นำอาวุธนิวเคลียร์เข้ามาในญี่ปุ่น พร้อมกับพยายามแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้ประเทศกลับมามีขีดความสามารถในการทำสงครามได้อีกครั้ง ซึ่งเป็นแนวทางที่ไม่อาจยอมรับได้
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช