ฟิทช์ เรทติงส์ (Fitch Ratings) ปรับแนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือของฝรั่งเศสที่ระดับ A+ จากมีเสถียรภาพเป็นเชิงลบเมื่อวันศุกร์ (30 ต.ค.) โดยให้เหตุผลว่า การขาดดุลงบประมาณที่เพิ่มขึ้น แนวโน้มหนี้สาธารณะที่สูงขึ้น และต้นทุนการกู้ยืมที่อยู่ในระดับสูง กำลังสร้างแรงกดดันต่อฐานะการคลังของประเทศ
การปรับแนวโน้มครั้งนี้เกิดขึ้นหลังฟิทช์ตัดสินใจทบทวนอันดับความน่าเชื่อถือของฝรั่งเศสนอกกำหนดการ ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ไม่เกิดขึ้นบ่อยนัก เนื่องจากเห็นว่าสถานะความน่าเชื่อถือของประเทศทรุดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญนับตั้งแต่การประเมินครั้งก่อนเมื่อเดือนส.ค.
ฟิทช์เตือนว่า แนวโน้มหนี้สาธารณะที่แย่ลงกำลังทำให้การแก้ไขปัญหาทำได้ยากขึ้นเรื่อย ๆ โดยมีภาวะชะงักงันทางการเมืองและความขัดแย้งทางสังคมเป็นอุปสรรคสำคัญ ทั้งนี้ คาดว่าหนี้ภาครัฐโดยรวมของฝรั่งเศสจะเพิ่มจาก 115.7% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ในปี 2568 เป็นประมาณ 124% ภายในปี 2571 ขณะที่รัฐบาลจำเป็นต้องปรับฐานะการคลังสะสมคิดเป็น 3.5% ของ GDP เพื่อรักษาระดับหนี้ให้มีเสถียรภาพ
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลฝรั่งเศสมีทางเลือกในการจัดการงบประมาณค่อนข้างจำกัด เนื่องจากรายจ่ายภาครัฐเป็นประเด็นอ่อนไหวทางการเมืองและลดได้ยาก ขณะที่ภาระภาษีของประชาชนและภาคธุรกิจก็อยู่ในระดับสูงอยู่แล้ว ทำให้รัฐบาลมีช่องทางเพิ่มรายได้จากการจัดเก็บภาษีไม่มากนัก
แม้ร่างงบประมาณปี 2570 จะตั้งเป้าลดการขาดดุลงบประมาณให้เหลือ 5.0% ของ GDP ด้วยมาตรการลดรายจ่ายครั้งใหญ่ แต่ฟิทช์ประเมินว่า การขาดดุลจะยังอยู่ที่ 5.5% ของ GDP เนื่องจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่อ่อนแอลง ประกอบกับการผ่อนปรนมาตรการบางส่วนผ่านกระบวนการนิติบัญญัติ ซึ่งทำให้แผนลดการขาดดุลมีประสิทธิภาพน้อยลง
อีกปัจจัยที่ซ้ำเติมปัญหาด้านการคลังคือต้นทุนการกู้ยืมของฝรั่งเศสที่เพิ่มขึ้นเร็วกว่าประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค สะท้อนถึงความอ่อนไหวของนักลงทุนต่อสถานะการคลังของประเทศที่เพิ่มขึ้น โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลฝรั่งเศสอายุ 10 ปี พุ่งแตะ 4.9% ในช่วงปลายเดือนต.ค. ขณะที่ส่วนต่างผลตอบแทนเมื่อเทียบกับพันธบัตรรัฐบาลเยอรมนีขยายตัวขึ้นแตะ 1.74% ในช่วงสั้น ๆ ก่อนปรับลดลง
ฟิทช์ยังคาดการณ์ว่า ภาระดอกเบี้ยหนี้สาธารณะของฝรั่งเศสจะเพิ่มขึ้นเป็น 3.3% ของ GDP ภายในปี 2571 ซึ่งจะยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อการบริหารงบประมาณของรัฐบาล
ด้านแนวโน้มเศรษฐกิจยังเผชิญความท้าทายจากการบริโภคภายในประเทศที่ซบเซา การจ้างงานที่ชะลอตัว และการลงทุนภาคธุรกิจที่ยังเป็นไปอย่างระมัดระวัง โดยฟิทช์คาดว่า GDP ของฝรั่งเศสจะขยายตัวเพียง 0.5% ในปี 2569 และ 0.9% ในปี 2570 ตามประมาณการที่ปรับลดลงก่อนหน้านี้
นอกจากนี้ ฟิทช์เตือนว่า การประท้วงบนท้องถนนที่ยังดำเนินอยู่ ประกอบกับพื้นที่ทางการคลังที่มีจำกัด อาจเพิ่มความเสี่ยงที่เศรษฐกิจจะชะลอตัวรุนแรงกว่าที่คาดในช่วงก่อนการเลือกตั้งปี 2570
แม้จะเผชิญแรงกดดันด้านการคลังเพิ่มขึ้น แต่ฟิทช์ยังคงอันดับความน่าเชื่อถือของฝรั่งเศสไว้ที่ระดับ A+ โดยพิจารณาจากจุดแข็งของประเทศ ทั้งเศรษฐกิจที่มีความหลากหลายและมีรายได้สูง ระบบการกำกับดูแลสถาบันที่เข้มแข็ง และการเป็นสมาชิกยูโรโซน
ขณะเดียวกัน ภาคธนาคารของฝรั่งเศสยังมีความแข็งแกร่งและมีเงินกองทุนรองรับความเสี่ยงในระดับที่ดี ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงที่ภาระหนี้สินของภาคธนาคารอาจตกเป็นภาระของรัฐบาล
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช