ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์พุ่งขึ้นเกือบ 200 จุดในวันนี้ ขานรับการดิ่งลงของราคาน้ำมัน ขณะที่นักลงทุนจับตาการเปิดเผยผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน รวมทั้งการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐในวันพรุ่งนี้ (3 พ.ย.)
ณ เวลา 19.42 น.ตามเวลาไทย ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์บวก 182 จุด หรือ 0.30% สู่ระดับ 52,100 จุด
ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทจะทำการปรับเวลาซื้อขายหุ้นในตลาด เริ่มต้นจากวันนี้ โดยจะปรับเวลาช้าลง 1 ชั่วโมง หลังจากสิ้นสุดช่วง Daylight Saving Time
ทั้งนี้ ตลาดจะเปลี่ยนแปลงเวลาซื้อขาย จากเดิม 20.30-03.00 น.ตามเวลาไทย เป็น 21.30-04.00 น.ตามเวลาไทย
การปรับเวลาซื้อขายหุ้นดังกล่าวนี้จะมีผลตั้งแต่วันที่ 2 พฤศจิกายน 2569-14 มีนาคม 2570
ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกดิ่งลงอย่างหนักในวันนี้ ล่าสุด ราคาน้ำมันดิบเบรนท์หลุดระดับ 109 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ร่วงหลุด 100 ดอลลาร์/บาร์เรล ขณะที่นักลงทุนคลายกังวลเกี่ยวกับการทำสงครามระหว่างสหรัฐและอิหร่าน หลังมีรายงานว่าทั้งสองฝ่ายใช้ความพยายามทางการทูตเพื่อยุติความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ กล่าวว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ต้องการหลีกเลี่ยงการใช้กำลังทางทหาร และประสงค์จะแก้ไขความขัดแย้งกับอิหร่านด้วยแนวทางการทูต
นายรูบิโอกล่าวว่า ปธน.ทรัมป์ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะดำเนินการอย่างไร สิ่งที่ท่านประธานาธิบดีแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนคือความมั่นใจอย่างยิ่งว่า หากเราจำเป็นต้องดำเนินการทางทหาร เราก็มีศักยภาพที่จะทำเช่นนั้นได้ และเรามีทุกสิ่งที่จำเป็นเพื่อให้ปฏิบัติการประสบความสำเร็จ แต่เราต้องการแก้ไขปัญหาอย่างสันติ
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่อิหร่านก็ส่งสัญญาณว่าการบรรลุข้อตกลงยังคงเป็นไปได้ หลังจากการเจรจาเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งมีกาตาร์ทำหน้าที่เป็นคนกลาง โดยอิหร่านระบุว่า หากบรรลุข้อตกลง อาจมีการเปิดช่องแคบฮอร์มุซภายในเวลาเพียง 2 วัน แทนที่จะใช้เวลา 7 วันตามแผนเดิม แต่มีเงื่อนไขสำคัญคือ สหรัฐจะต้องยุติการปิดล้อมทางทะเล และตอบสนองข้อเรียกร้องของอิหร่าน
ทั้งนี้ สหรัฐจะจัดการเลือกตั้งกลางเทอมในวันพรุ่งนี้ (3 พ.ย.) โดยมีการคาดว่าพรรคเดโมแครตจะสามารถกลับมาครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร ส่วนการครองเสียงข้างมากในวุฒิสภายังคงมีความไม่แน่นอน
นอกจากนี้ นักลงทุนจับตาตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร ซึ่งมีกำหนดเปิดเผยในวันศุกร์ โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า การจ้างงานจะเพิ่มขึ้น 63,000 ตำแหน่งในเดือนตุลาคม หลังจากเพิ่มขึ้นเพียง 29,000 ตำแหน่งในเดือนกันยายน และคาดว่าอัตราว่างงานจะทรงตัวที่ระดับ 4.2%
ขณะเดียวกัน ตลาดจับตาการประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน โดยบริษัท Apple ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่ม Magnificent Seven มีกำหนดรายงานผลประกอบการหลังปิดตลาดวันนี้
โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ