ดาวโจนส์ทะยานกว่า 500 จุด ขานรับราคาน้ำมันร่วง จับตาผลประกอบการ, เลือกตั้งกลางเทอม

ข่าวต่างประเทศ Monday November 2, 2026 22:29 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

ดัชนีดาวโจนส์ทะยานขึ้นกว่า 500 จุดในวันนี้ ขานรับการดิ่งลงของราคาน้ำมัน ขณะที่นักลงทุนจับตาการเปิดเผยผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน รวมทั้งการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐในวันพรุ่งนี้ (3 พ.ย.)

ณ เวลา 22.15 น.ตามเวลาไทย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ [DJI.X] บวก 523.28 จุด หรือ 1.01% สู่ระดับ 52,293.59 จุด

ตลาดหุ้นวอลล์สตรีททำการปรับเวลาซื้อขายหุ้นในตลาด เริ่มต้นจากวันนี้ โดยจะปรับเวลาช้าลง 1 ชั่วโมง หลังจากสิ้นสุดช่วง Daylight Saving Time

ทั้งนี้ ตลาดจะเปลี่ยนแปลงเวลาซื้อขาย จากเดิม 20.30-03.00 น.ตามเวลาไทย เป็น 21.30-04.00 น.ตามเวลาไทย

การปรับเวลาซื้อขายหุ้นดังกล่าวนี้จะมีผลตั้งแต่วันที่ 2 พฤศจิกายน 2569-14 มีนาคม 2570

ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกดิ่งลงอย่างต่อเนื่องในวันนี้ ล่าสุด ราคาน้ำมันดิบเบรนท์หลุดระดับ 107 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ร่วงหลุด 98 ดอลลาร์/บาร์เรล ขณะที่นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับการทำสงครามระหว่างสหรัฐและอิหร่าน หลังมีรายงานว่า ผู้นำสูงสุดของอิหร่านได้อนุมัติให้รัฐบาลอิหร่านมีอำนาจเพิ่มขึ้นในการตัดสินใจเจรจากับสหรัฐ

ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน กล่าวในวันนี้ว่า อยาตอลเลาะห์ โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ได้อนุมัติให้รัฐบาลอิหร่านมีอำนาจบางประการในการตัดสินใจเกี่ยวกับการเจรจาสันติภาพกับสหรัฐ

รายงานดังกล่าวบ่งชี้ว่า ผู้นำสูงสุดของอิหร่านกำลังเปิดทางให้รัฐบาลของปธน.เปเซชเคียนมีอำนาจมากขึ้นในการตัดสินใจเกี่ยวกับการเจรจาสันติภาพกับสหรัฐ

การให้อำนาจของผู้นำสูงสุดของอิหร่านจะช่วยลดขั้นตอนการเจรจา ทำให้รัฐบาลสามารถเจรจาและประสานงานกับกาตาร์และปากีสถานได้รวดเร็วขึ้น โดยไม่ต้องกลับไปขอความเห็นชอบในทุกประเด็นย่อย

นอกจากนี้ สื่อของทางการอิหร่านรายงานว่า ปธน.เปเซชเคียนกล่าวว่า อิหร่านจะพยายามแก้ไขปัญหาความขัดแย้งกับสหรัฐด้วยการเจรจา

นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ กล่าวว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ต้องการหลีกเลี่ยงการใช้กำลังทางทหาร และประสงค์จะแก้ไขความขัดแย้งกับอิหร่านด้วยแนวทางการทูต

นายรูบิโอกล่าวว่า ปธน.ทรัมป์ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะดำเนินการอย่างไร สิ่งที่ท่านประธานาธิบดีแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนคือความมั่นใจอย่างยิ่งว่า หากเราจำเป็นต้องดำเนินการทางทหาร เราก็มีศักยภาพที่จะทำเช่นนั้นได้ และเรามีทุกสิ่งที่จำเป็นเพื่อให้ปฏิบัติการประสบความสำเร็จ แต่เราต้องการแก้ไขปัญหาอย่างสันติ

ทั้งนี้ สหรัฐจะจัดการเลือกตั้งกลางเทอมในวันพรุ่งนี้ (3 พ.ย.) โดยมีการคาดว่าพรรคเดโมแครตจะสามารถกลับมาครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร ส่วนการครองเสียงข้างมากในวุฒิสภายังคงมีความไม่แน่นอน

การนับคะแนนเลือกตั้งจะเริ่มขึ้นในช่วงค่ำวันพรุ่งนี้ โดยจอร์เจีย อินเดียนา เคนทักกี เซาท์แคโรไลนา เวอร์จิเนีย และเวอร์มอนต์ จะเป็นกลุ่มรัฐที่เริ่มมีการนับคะแนนก่อน ในวันอังคารที่ 3 พ.ย. เวลา 19.00 น. ตามเวลาสหรัฐ หรือตรงกับเช้าวันพุธที่ 4 พ.ย. เวลา 07.00 น. ตามเวลาไทย ซึ่งจะทำให้หลายฝ่ายสามารถเริ่มประเมินแนวโน้มผลการเลือกตั้ง

นอกจากนี้ ยังมีการคาดการณ์ว่า การนับคะแนนอาจยืดเยื้อออกไปหลายวัน หากมีการต่อสู้ทางกฎหมายในรัฐที่มีการแข่งขันอย่างสูสี โดยเฉพาะการนับคะแนนทางไปรษณีย์และบัตรที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม

จากการวิเคราะห์ของ Morgan Stanley พบว่า ในช่วงที่ประธานาธิบดีสหรัฐมาจากพรรครีพับลิกัน ดัชนี S&P 500 จะปรับตัวเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 23% ในช่วงหนึ่งปีหลังการเลือกตั้งกลางเทอม หากพรรคเดโมแครตครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร และพรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมากในวุฒิสภา

แต่ในกรณีที่พรรคเดโมแครตสามารถครองเสียงข้างมากทั้งสองสภา ดัชนี S&P 500 จะปรับตัวเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 16% ในช่วงหนึ่งปีหลังการเลือกตั้งกลางเทอม

นอกจากนี้ นักลงทุนจับตาตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร ซึ่งมีกำหนดเปิดเผยในวันศุกร์ โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า การจ้างงานจะเพิ่มขึ้น 63,000 ตำแหน่งในเดือนตุลาคม หลังจากเพิ่มขึ้นเพียง 29,000 ตำแหน่งในเดือนกันยายน และคาดว่าอัตราว่างงานจะทรงตัวที่ระดับ 4.2%

ขณะเดียวกัน ตลาดจับตาการประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน โดยบริษัท Apple ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่ม Magnificent Seven มีกำหนดรายงานผลประกอบการหลังปิดตลาดวันนี้

โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ