เกาหลีใต้สั่งแพลตฟอร์มคริปโทฯ เพิ่มสัดส่วน Cold Wallet สกัดความเสี่ยงโดนแฮ็ก

ข่าวต่างประเทศ Tuesday November 3, 2026 11:16 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

Cointelegraph รายงานว่า ธนาคารกลางเกาหลี (BOK) กำลังประเมินความเสี่ยงจากคริปโทเคอร์เรนซี โดยสำรวจธนาคาร 18 แห่งและบริษัทหลักทรัพย์ 13 แห่ง เกี่ยวกับความเสี่ยงจากการถูกแฮ็กแพลตฟอร์มซื้อขายรายใหญ่ รวมถึงภาวะตลาดขาลงที่ยืดเยื้อ อย่างไรก็ตาม การทบทวนดังกล่าวเริ่มต้นขึ้นก่อนเกิดเหตุโจมตีไบแนนซ์ (Binance)

ขณะเดียวกัน คณะกรรมการบริการทางการเงินของเกาหลีใต้ (FSC) ได้เรียกร้องให้แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซีภายในประเทศเพิ่มสัดส่วนสินทรัพย์ที่จัดเก็บไว้ในกระเป๋าเงินดิจิทัลแบบออฟไลน์ (Cold Wallet) เพื่อยกระดับความปลอดภัย หลัง Binance ถูกโจมตีจนสูญเสียสินทรัพย์มูลค่า 6.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

FSC ระบุในแถลงการณ์เมื่อวันจันทร์ (2 พ.ย.) ว่า ได้จัดประชุมฉุกเฉินร่วมกับหน่วยงานกำกับดูแลภาคการเงิน (FSS) สถาบันความมั่นคงปลอดภัยทางการเงิน (Financial Security Institute) พันธมิตรแพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล (DAXA) และผู้ให้บริการคริปโทฯ รายใหญ่ เพื่อประเมินผลกระทบของเหตุแฮ็ก Binance ต่อตลาดคริปโทเคอร์เรนซีเกาหลีใต้ พร้อมตรวจสอบมาตรการรักษาความปลอดภัยของแพลตฟอร์มซื้อขายในประเทศ

ในการประชุมครั้งนี้ FSC ได้ทบทวนระบบควบคุมการเข้าถึงเทคโนโลยีสารสนเทศ ขั้นตอนการอนุมัติและลงนามก่อนถอนสินทรัพย์ออกจากกระเป๋าเงินดิจิทัล รวมถึงสิทธิ์การเข้าถึงระบบของผู้ดูแลระบบ พร้อมกำชับให้ผู้ให้บริการเพิ่มสัดส่วนสินทรัพย์ที่เก็บไว้ใน Cold Wallet ซึ่งเป็นกระเป๋าเงินดิจิทัลที่ไม่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต

ข้อมูลจากบริษัทวิเคราะห์บล็อกเชน TRM Labs ระบุว่า แฮ็กเกอร์ขโมยสินทรัพย์มูลค่าประมาณ 6.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐจาก Hot Wallet หรือกระเป๋าเงินดิจิทัลที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตของ Binance เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยสามารถเคลื่อนย้ายสินทรัพย์ส่วนใหญ่ได้ภายในเวลาประมาณ 20 นาที อย่างไรก็ตาม Binance ระบุว่า สินทรัพย์ส่วนใหญ่ของลูกค้าถูกเก็บไว้ในระบบ Cold Storage

ตามกฎหมายเกาหลีใต้ แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซีต้องเก็บสินทรัพย์ดิจิทัลของลูกค้าอย่างน้อย 80% ไว้ในระบบออฟไลน์อยู่แล้ว แต่ข้อมูล ณ สิ้นเดือนก.ย. แสดงให้เห็นว่าสัดส่วนการจัดเก็บของแต่ละแพลตฟอร์มยังแตกต่างกัน โดย Upbit มีสัดส่วนสูงสุดที่ 99.17% ตามด้วย Bithumb ที่ 94.76% และ Coinone ที่ 85% ส่วน Digital X ซึ่งเดิมใช้ชื่อ Korbit และ GOPAX มีสัดส่วนอยู่ที่ 82.79% และ 80.54% ตามลำดับ อ้างอิงข้อมูล FSS ที่สื่อท้องถิ่นนำเสนอ

นอกจากการเพิ่มสัดส่วน Cold Wallet แล้ว FSC ยังเรียกร้องให้ผู้ให้บริการติดตามธุรกรรมฝากและถอนสินทรัพย์อย่างใกล้ชิด จัดเตรียมบุคลากรเพิ่มเติมเพื่อรับมือเหตุผิดปกติ และเร่งรายงานพร้อมแบ่งปันข้อมูลเมื่อพบความพยายามเข้าถึงระบบที่น่าสงสัย

FSC ยังขอให้ผู้ประกอบการจัดสรรเงินสำรองเพิ่มเติมและนำมาตรการรักษาความปลอดภัยอื่น ๆ ที่สามารถดำเนินการได้ทันทีมาใช้ เพื่อป้องกันเหตุโจมตีในลักษณะเดียวกัน พร้อมยืนยันว่าจะประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและภาคธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการโจมตีครั้งใหม่และลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น

โดย กัลยาณี ชีวะพานิช/รัตนา พงศ์ทวิช


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ