เกาหลีเหนือปัดเจรจาสหรัฐฯ ชี้ไม่มีความจำเป็น จวกนโยบายเป็นปฏิปักษ์

ข่าวต่างประเทศ Wednesday November 4, 2026 09:36 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

เกาหลีเหนือประกาศว่า ไม่มีความจำเป็นต้องเจรจากับสหรัฐฯ พร้อมประณามข้อกล่าวหาที่ว่า เกาหลีเหนือมีส่วนเกี่ยวข้องกับการโจรกรรมคริปโทเคอร์เรนซี โดยชี้ว่าเป็นการสะท้อนนโยบายเป็นปฏิปักษ์ของสหรัฐฯ ที่มีต่อเกาหลีเหนือมาโดยตลอด

สำนักข่าวกลางเกาหลี (KCNA) ของทางการเกาหลีเหนือรายงานในวันนี้ (4 พ.ย.) ว่า คิม โยจอง น้องสาวของคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ออกแถลงการณ์ระบุว่า เกาหลีเหนือมีจุดยืนชัดเจนว่า ไม่มีความจำเป็นต้องพบหารือกับฝ่ายที่ไม่น่าเชื่อถือและมีท่าทีเป็นปฏิปักษ์ ซึ่งยังคงยึดมั่นในนโยบายเผชิญหน้ากับเกาหลีเหนือ แม้จะกล่าวถึงการเจรจาก็ตาม

คิม โยจอง ระบุเพิ่มเติมว่า แม้การเจรจาจะเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางสู่สันติภาพ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะสอดคล้องกับผลประโยชน์แห่งชาติของเกาหลีเหนือเสมอไป

ถ้อยแถลงดังกล่าวมีขึ้นในช่วงที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ แสดงความต้องการหลายครั้งที่จะกลับมาเจรจาแบบพบหน้ากับผู้นำเกาหลีเหนือ

ก่อนหน้านี้ สำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ (FBI) เปิดเผยเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (31 ต.ค.) ว่า เกาหลีเหนือเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการโจรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลมูลค่ามากกว่า 6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐจากไบแนนซ์ (Binance) เมื่อสัปดาห์ก่อน พร้อมระบุว่า กลุ่มแฮกเกอร์ที่ใช้ชื่อว่า เทรเดอร์เทรเตอร์ (TraderTraitor) อยู่เบื้องหลังการโจรกรรมในครั้งนี้

คิม โยจอง ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายของคณะกรรมการกลางพรรคแรงงานเกาหลีระบุว่า เกาหลีเหนือย้ำมาโดยตลอดว่า การที่สหรัฐฯ ยุตินโยบายเป็นปฏิปักษ์ต่อเกาหลีเหนือเป็นเงื่อนไขสำคัญและกุญแจสู่การแก้ไขปัญหาทั้งหมด พร้อมวิจารณ์ว่า การกระทำล่าสุดของสหรัฐฯ ถือเป็นการถอยหลังอย่างชัดเจน

นอกจากนี้ เกาหลีเหนือยังเรียกร้องให้สหรัฐฯ ยกเลิกข้อเรียกร้องให้เกาหลีเหนือปลดอาวุธนิวเคลียร์ เพื่อเปิดทางสู่การปรับปรุงความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ

โดย วรวิชญ์ สิทธิวัง/กัลยาณี ชีวะพานิช


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ