ตลาดหุ้นเอเชียเปิดลบเป็นส่วนใหญ่ในวันนี้ (4 พ.ย.) ขณะที่นักลงทุนจับตาผลการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ซึ่งอาจเป็นตัวกำหนดทิศทางในช่วง 2 ปีสุดท้ายของวาระการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของโดนัลด์ ทรัมป์
- ดัชนีนิกเกอิ [NIKKEI.X] ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ 62,973.16 จุด ลดลง 108.70 จุด หรือ -0.17%
- ดัชนีฮั่งเส็ง [HSI.X] ตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ 23,451.79 จุด ลดลง 74.18 จุด หรือ -0.32%
- ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต [SSE.X] ตลาดหุ้นจีนเปิดที่ 3,605.39 จุด ลดลง 2.71 จุด หรือ -0.07%
- ดัชนี KOSPI [KOSPI.X] ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปรับตัวขึ้น 2.95%
- ดัชนี S&P/ASX 200 [XJO.X] ตลาดหุ้นออสเตรเลียลดลง 0.5%
สหรัฐฯ เริ่มทยอยปิดคูหาเลือกกลางเทอม ซึ่งเป็นการชิงเสียงข้างมากในสภาคองเกรสระหว่างพรรครีพับลิกันและพรรคเดโมแครต โดยการเลือกตั้งครั้งนี้อาจเป็นตัวกำหนดทิศทางในช่วง 2 ปีสุดท้ายของวาระการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของโดนัลด์ ทรัมป์ ขณะที่ล่าสุด นักลงทุนในตลาดวอลล์สตรีทคาดการณ์ว่า พรรคเดโมแครตอาจได้ครองเสียงข้างมากทั้งในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา
ดัชนีฟิวเจอร์ของตลาดหุ้นวอลล์สตรีทปรับตัวลงเช้านี้ หลังนักลงทุนประเมินผลการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ซึ่งมีแนวโน้มว่า พรรคเดโมแครตจะคว้าเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร และอาจรวมถึงวุฒิสภาด้วย ส่งผลให้ S&P500 ฟิวเจอร์พลิกกลับมาเคลื่อนไหวในแดนลบ หลังจากปรับตัวขึ้นในช่วงแรก
ทั้งนี้ S&P500 ฟิวเจอร์ ลดลง 0.6% หลังเปิดตลาดในแดนบวก ขณะที่ Nasdaq-100 ฟิวเจอร์ปรับตัวลง 0.5% ส่วนดาวโจนส์ฟิวเจอร์ลดลง 252 จุด หรือ 0.5%
แรงกดดันส่วนหนึ่งมาจากความกังวลว่า หากพรรคเดโมแครตคว้าชัยชนะอย่างชัดเจน หรือที่เรียกว่าสถานการณ์ Blue Wave อาจส่งผลกระทบต่อหุ้นในหลายอุตสาหกรรม โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) เนื่องจากนักลงทุนมองว่ารัฐบาลอาจเพิ่มข้อจำกัดในการก่อสร้างและดำเนินงานศูนย์ข้อมูล (Data Center) ทั่วประเทศ
นอกจากนี้ ชัยชนะของพรรคเดโมแครตยังอาจเป็นอุปสรรคต่อการผลักดันนโยบายที่เอื้อต่อภาคธุรกิจ เช่น มาตรการลดหย่อนภาษี และอาจนำไปสู่การตรวจสอบอุตสาหกรรมต่าง ๆ เข้มงวดขึ้น รวมถึงธุรกิจธนาคาร
โดย รัตนา พงศ์ทวิช/กัลยาณี ชีวะพานิช