ภาวะตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ CBOT เมื่อวันอังคาร (3 พ.ย.) สัญญาธัญพืชปิดร่วงยกกระดาน โดยสัญญาข้าวโพดดิ่งลงแตะจุดต่ำสุดในรอบ 4 เดือน ขณะที่สัญญาถั่วเหลืองร่วงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 2 เดือนครึ่ง หลังผลผลิตจากการเก็บเกี่ยวในสหรัฐฯ จ่อล้นตลาด ซ้ำยังเผชิญแรงกดดันจากยอดส่งออกไปต่างประเทศที่ยังซบเซา
- สัญญาข้าวโพดส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 5.75 เซนต์ หรือ -1.28% ปิดที่ 4.4250 ดอลลาร์/บุชเชล
- สัญญาข้าวสาลีส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 6.75 เซนต์ หรือ -1.11% ปิดที่ 5.9975 ดอลลาร์/บุชเชล
- สัญญาถั่วเหลืองส่งมอบเดือนม.ค. ลดลง 2.75 เซนต์ หรือ -0.23% ปิดที่ 12.1400 ดอลลาร์/บุชเชล
ราคาพืชผลเกษตรเผชิญแรงกดดันต่อเนื่อง หลังกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ (USDA) คาดการณ์ว่า สหรัฐฯ จะเก็บเกี่ยวถั่วเหลืองได้มากที่สุดเป็นประวัติการณ์ และเก็บเกี่ยวข้าวโพดได้มากเป็นอันดับ 2 ในประวัติศาสตร์
นอกจากนี้ หลังปิดตลาด StoneX โบรกเกอร์สินค้าโภคภัณฑ์ ยังได้ปรับเพิ่มตัวเลขคาดการณ์ผลผลิตเฉลี่ยต่อเอเคอร์ของทั้งข้าวโพดและถั่วเหลืองขึ้นไปอีก
ด้านอุปสงค์ แม้ USDA จะรายงานยอดขายส่งออก ทั้งข้าวโพดไปยังเม็กซิโกและเกาหลีใต้ รวมถึงยอดสั่งซื้อถั่วเหลืองเข้ามาบ้าง แต่ยอดส่งออกข้าวโพดโดยรวมยังตามหลังช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าอยู่มาก จนนักวิเคราะห์คาดว่า USDA อาจต้องหั่นคาดการณ์การส่งออกข้าวโพดของสหรัฐฯ ลงในรายงานอุปทานและอุปสงค์สินค้าเกษตรประจำเดือน (WASDE) สัปดาห์หน้า
ขณะที่สัญญาถั่วเหลืองเผชิญแรงกดดันหลังคู่แข่งสำคัญอย่างบราซิลแย่งส่วนแบ่งตลาดไป ส่งผลให้ความต้องการถั่วเหลืองสหรัฐฯ ในตลาดโลก (นอกเหนือจากจีน) ชะลอตัวลง
ส่วนสัญญาข้าวสาลีเจอแรงกดดันจากประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ หลังทำเนียบเครมลินยืนยันว่า รัสเซียจะเข้าร่วมการเจรจาสันติภาพ 3 ฝ่ายกับยูเครนและสหรัฐฯ ที่กรุงอาบูดาบีในวันที่ 10-11 พ.ย. นี้ โดยนักวิเคราะห์มองว่า หากการเจรจามีความคืบหน้า ก็อาจช่วยคลี่คลายปัญหาการส่งออกในทะเลดำ และเปิดทางให้สต๊อกธัญพืชที่ตกค้างไหลกลับเข้าสู่ตลาด ซึ่งจะกลายเป็นปัจจัยซ้ำเติมราคาสินค้าเกษตรทั่วโลกให้อ่อนตัวลงไปอีก
โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/กัลยาณี ชีวะพานิช