สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย มองภัยไซเบอร์ในยุโรปกระทบห่วงโซ่อาหารเป็นเรื่องใหม่ แต่ย้ำไทยมีผลผลิตเพียงพอ ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนกกักตุนสินค้า พร้อมจับตาผลเลือกตั้งสหรัฐฯ หากเกิดการคานอำนาจ และคลี่คลายความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ จะช่วยลดต้นทุนพลังงาน-ห่วงโซ่อุปทาน ดันเศรษฐกิจโลกและไทยฟื้นตัว
นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวถึงกรณีที่มีการโจมตีทางไซเบอร์ในยุโรปที่ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อาหาร โดยมองว่า เป็นเรื่องใหม่ที่ต้องรอความชัดเจนจากภาครัฐ แต่ปัจจุบัน ความเสี่ยงและภัยพิบัติของโลกมีรอบด้าน ทั้งภัยสงคราม ภัยธรรมชาติ และภัยไซเบอร์
อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยโชคดีกว่ายุโรปมาก เพราะไทยมีความมั่นคงทางอาหาร มีผลผลิตอาหารเหลือเฟือสำหรับบริโภค และส่งออก ดังที่เห็นในวิกฤตโควิด-19 ที่ไทยเอาตัวรอดได้ ปัญหาของไทยมีเพียงเรื่องต้นทุนน้ำมันขนส่งที่ต้องนำเข้า พร้อมเตือนประชาชนคนไทยว่า อย่าตื่นตระหนกจนไปกักตุนสินค้า แค่สำรองสินค้าก็เพียงพอแล้ว เพราะผลผลิตในประเทศมีเพียงพอ หากกักตุนจะทำให้ระบบตลาด และราคาสินค้าปั่นป่วน
สำหรับผลกระทบของผลการเลือกตั้งสหรัฐฯ ต่อเศรษฐกิจ นายพจน์ กล่าวว่า ผลการเลือกตั้งถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อน และต้องรอผลอย่างเป็นทางการ แต่ในมุมมองส่วนตัวมองว่า หากผลออกมาในลักษณะที่มีการคานอำนาจ โดยพรรคฝ่ายค้านได้ที่นั่งเพิ่มขึ้นในสภา ก็จะช่วยลดความร้อนแรงในการตัดสินใจของฝ่ายบริหารสหรัฐฯ ได้ เนื่องจากไม่สามารถผ่านนโยบายต่าง ๆ ได้อย่างเบ็ดเสร็จเหมือนในอดีต
ทั้งนี้ หากผลการเลือกตั้งนำไปสู่การผ่อนคลายความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และยุติสงครามได้ จะช่วยลดต้นทุนของห่วงโซ่อุปทานโลกได้ ทั้งราคาน้ำมัน และก๊าซธรรมชาติที่จะปรับตัวลดลง อย่างประเทศในยุโรป ก็จะสามารถนำงบประมาณที่เคยหมดไปกับพลังงาน และการซื้ออาวุธ กลับมาฟื้นฟูสวัสดิการและกระตุ้นกำลังซื้อ (Demand) ในระบบเศรษฐกิจได้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจโลก และเศรษฐกิจไทย
โดย ปภัสสร องค์พิเชฐเมธา/ กษมาพร กิตติสัมพันธ์