ตลาดอาเซียนมาแรง! ดันส่งออกข้าวไทยพุ่ง 109% ติดปีกโค้งสุดท้าย เชื่อทั้งปี 69 โตตามเป้า

ข่าวเศรษฐกิจ Wednesday November 4, 2026 16:05 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ตลอดปี 2569 การส่งออกข้าวไทย ต้องเผชิญความท้าทายหลายด้าน ทั้งความขัดแย้งทางภูมิศาสตร์ เงินบาทแข็งค่า การแข่งขันด้านราคา และสภาพภูมิอากาศแปรปรวนที่ส่งผลต่อต้นทุนการผลิต และขนส่งสินค้า ทำให้การส่งออกไปยังตลาดสำคัญบางแห่ง โดยเฉพาะภูมิภาคตะวันออกกลางชะลอตัวลง

อย่างไรก็ดี ตลาดอาเซียนกลับขยายตัวอย่างโดดเด่น และเข้ามามีบทบาทสำคัญในการรองรับข้าวไทย โดยในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 (มกราคม กันยายน) ไทยส่งออกข้าวไปอาเซียนประมาณ 1.25 ล้านตัน เพิ่มขึ้นถึง 109% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้สัดส่วนตลาดอาเซียนต่อการส่งออกข้าวไทยทั้งหมด เพิ่มจาก 9.7% เป็น 25.2% หรือกว่า 1 ใน 4 ของยอดส่งออกทั้งหมด โดยมีฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย เป็น 2 ตลาดดาวเด่น ซึ่งมีปริมาณส่งออกเพิ่มขึ้นรวมกว่า 750,000 ตัน ช่วยบรรเทาผลกระทบจากการส่งออกไปอิรักที่ลดลงในช่วงเดียวกันได้อย่างมีนัยสำคัญ

การขยายตัวดังกล่าว มีแรงขับเคลื่อนสำคัญจากความต้องการเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหาร เพื่อรับมือกับความเสี่ยงด้านผลผลิต และความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศ โดยมีรายงานว่า ผลผลิตข้าวเปลือกของฟิลิปปินส์ ในไตรมาส 3 ปี 2569 ลดลง 12.3% ขณะที่มาเลเซีย คาดว่าผลผลิตข้าวเปลือกทั้งปีจะอยู่ที่ประมาณ 2.1 ล้านตัน ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลัง

สถานการณ์ดังกล่าว ทำให้ทั้ง 2 ประเทศให้ความสำคัญกับการบริหารปริมาณสำรอง และการจัดหาข้าวอย่างต่อเนื่อง เปิดโอกาสให้ข้าวไทย เข้าไปมีบทบาทในการตอบสนองความต้องการของตลาดได้มากขึ้น นางอารดา ระบุ

อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวว่า อาเซียน เป็นฐานตลาดส่งออกข้าวไทยที่สำคัญมาอย่างยาวนาน ด้วยความใกล้ชิดทางภูมิศาสตร์ และการที่ข้าวเป็นอาหารหลักของประชาชนในภูมิภาค ประกอบกับความหลากหลายของข้าวไทย ที่สามารถตอบสนองพฤติกรรมการบริโภคที่แตกต่างกันในแต่ละประเทศ อาทิ ฟิลิปปินส์ ที่นิยมข้าวพื้นนุ่ม และข้าวฤดูกาลใหม่, มาเลเซียแถบคาบสมุทร นิยมข้าวเนื้อสัมผัสค่อนข้างแข็งหุงขึ้นหม้อ ขณะที่สิงคโปร์ และบรูไน มีตลาดสำหรับข้าวหอมมะลิไทยและข้าวคุณภาพพรีเมียม/ข้าวเพื่อสุขภาพ ซึ่งเป็นโอกาสในการต่อยอดตลาดข้าวไทยให้เติบโตได้ ทั้งด้านปริมาณ และมูลค่า

ทั้งนี้ กรมฯ ยังคงเดินหน้าทำงานเชิงรุก เพื่อรักษาและขยายตลาดข้าวไทยในอาเซียน ผ่านการนำคณะผู้แทนภาครัฐ และภาคเอกชนเดินทางเยือนกระชับความสัมพันธ์ประเทศคู่ค้าอย่างต่อเนื่อง รวมถึงสร้างช่องทางประสานงานโดยตรง ระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเมื่อเดือนสิงหาคม 2569 กรมฯ ได้เดินทางเยือนฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย เพื่อหารือกับหน่วยงานภาครัฐและผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมข้าว พร้อมผลักดันการขยายตลาดข้าวหอมมะลิไทยและข้าวหอมไทย ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นด้านคุณภาพ และความสามารถในการส่งมอบสินค้า

ความสัมพันธ์ดังกล่าว ยังเอื้อต่อการประสานแก้ไขอุปสรรคทางการค้า ดังเช่นกรณีที่กรมฯ ได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของฟิลิปปินส์ เพื่อขอขยายกรอบเวลาการส่งออกตามใบอนุญาตนำเข้าข้าว (SPSIC) สำหรับข้าวไทยกว่า 36,000 ตัน ที่ได้รับผลกระทบจากฝนตกหนัก จนการขนส่งทางเรือล่าช้าเมื่อช่วงเดือนที่ผ่านมา

นอกจากนี้ ในมิติความร่วมมือระหว่างรัฐบาล ไทยยังมีบันทึกความร่วมมือด้านการค้าข้าว (MoC) กับสิงคโปร์ ครอบคลุมปริมาณข้าวสูงสุด 100,000 ตัน ภายใน 5 ปี ซึ่งกรมฯ อยู่ระหว่างการหารือกับฝ่ายสิงคโปร์ เพื่อให้เกิดการซื้อขายภายใต้กรอบดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรม

การเติบโตของตลาดอาเซียน สะท้อนว่าข้าวไทยยังคงได้รับความไว้วางใจจากประเทศคู่ค้า แม้ต้องเผชิญการแข่งขันด้านราคาจากประเทศผู้ส่งออกสำคัญ สิ่งสำคัญ คือ การพัฒนาคุณภาพ และพันธุ์ข้าว ให้ตรงกับความต้องการของตลาด ควบคู่กับการเพิ่มผลิตภาพ และลดต้นทุนการผลิต เพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยมีความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนเป็นลมใต้ปีก ที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่น อำนวยความสะดวก และสนับสนุนให้ผู้ประกอบการค้าขายได้อย่างราบรื่น นางอารดา กล่าว

พร้อมเชื่อว่า อาเซียน จะยังคงเป็นฐานตลาดเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญของข้าวไทยในระยะยาว ด้วยความใกล้ชิดทางภูมิศาสตร์ความต้องการบริโภคที่หลากหลาย และความสัมพันธ์ทางการค้าที่แน่นแฟ้น ซึ่งจะช่วยรองรับผลผลิต สร้างรายได้ให้เกษตรกรและเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญในการผลักดันการส่งออกข้าวไทยช่วงโค้งสุดท้ายของปี 2569 ให้เป็นไปตามเป้าหมายของกระทรวงพาณิชย์

โดย พณฦ/ กษมาพร กิตติสัมพันธ์


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ