ผลสำรวจทางออนไลน์ของอินเทจ (Intage) บริษัทวิจัยตลาดเผยว่า ประชาชนในญี่ปุ่น 25.7% วางแผนที่จะเก็บออมเงินที่ประหยัดได้จากข้อเสนอปรับลดภาษีการบริโภคสำหรับสินค้าอาหาร ซึ่งเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในหมู่ผู้ตอบแบบสอบถาม สะท้อนถึงความระมัดระวังทางการเงินของผู้บริโภคท่ามกลางความกังวลในอนาคต
ผลสำรวจพบว่า เมื่อสอบถามถึงแนวทางการใช้เงินที่ประหยัดได้ (สามารถเลือกตอบได้มากกว่า 1 ข้อ) ผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่า การเก็บออมครองอันดับ 1 ที่ 25.7% ตามด้วยการใช้จ่ายเพื่อการท่องเที่ยวและกิจกรรมนันทนาการอื่น ๆ 15.1% การลงทุน 10.4% และค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับสุขภาพ 9.3% ขณะที่การใช้จ่ายสำหรับงานอดิเรกอยู่ที่ 8.4% และการซื้อสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวันอยู่ที่ 7.6%
สำหรับผลกระทบจากการลดภาษีที่มีต่อพฤติกรรมผู้บริโภคนั้น ผู้ตอบแบบสอบถาม 49.7% ระบุว่า จะไม่เปลี่ยนแปลงแผนการใช้จ่าย ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคยังคงระมัดระวังการใช้จ่ายแม้ว่าจะมีการปรับลดภาษีแล้วก็ตาม ขณะที่ 32.6% ระบุว่า จะชะลอการซื้อสินค้าออกไปจนกว่าจะมีการลดภาษี และ 25.8% ระบุว่าจะซื้อสินค้าตุนไว้เป็นจำนวนมากหลังจากภาษีปรับลดลง
เจ้าหน้าที่ของอินเทจกล่าวว่า ผู้บริโภคยังคงตระหนักถึงการประหยัดเงินและกังวลเกี่ยวกับอนาคต จึงมีแนวโน้มที่จะเก็บออมเงินที่ประหยัดได้จากการลดภาษีไว้ก่อนในระยะนี้
ขณะเดียวกัน บางส่วนต้องการนำเงินที่ประหยัดได้ไปใช้กับการท่องเที่ยวและงานอดิเรก เพื่อเติมเต็มชีวิตหรือให้รางวัลกับตนเอง เจ้าหน้าที่กล่าว
ทั้งนี้ การสำรวจดังกล่าวจัดทำขึ้นตั้งแต่วันที่ 28 ส.ค. ถึง 1 ก.ย. ครอบคลุมประชากรที่มีอายุตั้งแต่ 15-79 ปี และได้รับการตอบกลับที่สมบูรณ์รวมทั้งสิ้น 3,052 ราย
โดย ตนุพัฒน์ ปิยะรัตน์/พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต