เมื่อเวลา 10.36 น. ราคา MTC บวก 5.93% มาที่ 31.25 บาท เพิ่มขึ้น 1.75 บาท มูลค่าซื้อขาย 585.73 ล้านบาท
TIDLOR บวก 3.66% มาที่ 17.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.60 บาท มูลค่าซื้อขาย 319.34 ล้านบาท
SAWAD บวก 3.54% มาที่ 23.40 บาท เพิ่มขึ้น 0.80 บาท มูลค่าซื้อขาย 403.32 ล้านบาท
บล.พาย ระบุว่า กลุ่มการเงิน (FINANCE) ได้รับประโยชน์จากอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (บอนด์ยีลด์) ปรับตัวลง จากผลการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ พบว่าเดโมแครตได้รับชัยชนะทั้งสภาบนและสภาล่าง ซึ่งเป็นเสียงสะท้อนจากประชาชนในสหรัฐฯ ว่ามิได้เห็นด้วยกับนโยบายต่างๆที่ทรัมป์ทำก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะเป็นภาษีการค้า สงครามกับอิหร่าน เมื่อคืนราคาน้ำมันดิบ ปรับลงแรงและจากจุดสูงสุดย่อลงมาแล้ว 19% จากนี้เชื่อว่าความกังวลเงินเฟ้อจะเบาลง อัตราผลตอบแทนพันธบัตรมีแนว โน้มปรับลงแบบค่อยเป็นค่อยไป
บล.ทิสโก็ ระบุว่า บมจ.เมืองไทย แคปปิตอล (MTC) จากมุมมองของเราและการหารือล่าสุดกับบริษัท คาดว่าสินเชื่อในไตรมาส 3/69 จะเติบโต 7.3% YoY สู่ระดับ 1.94 แสนล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นราว 2.6% QoQ ขณะที่อัตราผลตอบแทนจากสินเชื่อมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นจาก 17.05% ในไตรมาส 2/69 เนื่องจากไตรมาส 3 มีจำนวนวันมากกว่าไตรมาส 2 บริษัทมีสาขารวม 8,964 แห่ง ณ สิ้นไตรมาส 3/69 เพิ่มขึ้นจาก 8,906 แห่ง ณ สิ้นไตรมาส 2/69
ทั้งนี้ โครงสร้างพอร์ตสินเชื่อคาดว่าไม่เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจาก MTC ยังคงดำเนินกลยุทธ์การปล่อยสินเชื่ออย่างระมัดระวัง โดยลดสัดส่วนสินเชื่อที่ไม่มีหลักประกัน ลดสินเชื่อที่มีวงเงินต่อรายสูง และกำหนดวงเงินสินเชื่อต่อหลักประกันอย่างเข้มงวดมากขึ้น
คุณภาพสินทรัพย์ สะท้อนถึงนโยบายการปล่อยสินเชื่อที่รัดกุมมากขึ้น บริษัทไม่คาดว่าจะเห็นการเปลี่ยนแปลงของคุณภาพสินทรัพย์อย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน เราประมาณการ Credit Cost ที่ 2.50% ในไตรมาส 3/69 เทียบกับ 2.34% ใน ไตรมาส 2/69 โดยใช้สมมติฐานเชิงอนุรักษ์นิยม เนื่องจากมองว่าบริษัทอาจเลือกเพิ่มอัตราส่วนสำรองต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพอย่างต่อเนื่อง จากระดับ 142.6% ในไตรมาส 2/69 และ 139.7% ในไตรมาส 3/69
ด้านต้นทุนทางการเงิน บริษัทให้ข้อมูลว่าการทยอยทดแทนหุ้นกู้ต้นทุนสูงด้วยหุ้นกู้ที่มีต้นทุนต่ำกว่าอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งได้รับประโยชน์จากอัตราดอกเบี้ยที่ลดลงและอันดับความน่าเชื่อถือที่ดีขึ้น จะช่วยให้ต้นทุนทางการเงินลดลงประมาณ 10bps ใน ไตรมาส 3/69 และมีโอกาสปรับลดลงต่อในไตรมาส 4/69 ดังนั้น เราคาดว่าส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) จะปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องจาก 13.72% ในไตรมาส 2/69 และ 13.44% ในไตรมาส 1/69
จากสมมติฐานข้างต้น เราประเมินว่ากำไรสุทธิในไตรมาส 3/69 จะอยู่ที่ 1.95 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.1% YoY และ 2.4% QoQ โดยการเติบโต YoY ได้รับแรงหนุนหลักจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่เพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของสินเชื่อและต้นทุนทางการเงินที่ลดลง รวมถึงการบริหารคุณภาพสินทรัพย์ที่มีประสิทธิภาพ โดยเราคาดว่าค่าใช้จ่ายสำรองจะเพิ่มขึ้นเพียง 2.4% YoY กำไรสุทธิ 9M26F คาดอยู่ที่ 5.68 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.0% YoY คิดเป็น 75% ของประมาณการกำไรทั้งปีของเรา ทั้งนี้ เราคาดว่ากำไรสุทธิปี 69 จะเติบโต 12.2% YoY สู่ระดับ 7.54 พันล้านบาท หรือคิดเป็น PER ปี 69 ที่ 8.0 เท่า
เราคงคำแนะนำ ซื้อ สำหรับ MTC โดยให้มูลค่าที่เหมาะสมที่ 55.00 บาท
ทั้งนี้ MTC มีกำหนดประกาศผลประกอบการ Q1/69 หลังตลาดปิดในวันที่ 10 พฤศจิกายน 2569
โดย เสาวลักษณ์ อวยพร