ตลาดหุ้นเอเชียปิดภาคเช้าปรับตัวขึ้นเป็นส่วนใหญ่ในวันนี้ (5 พ.ย.) โดยบรรยากาศการซื้อขายได้รับปัจจัยบวกจากการร่วงลงของราคาน้ำมัน รวมทั้งชัยชนะของพรรคเดโมแครตในการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ซึ่งช่วยลดความไม่แน่นอนทางการเมือง ขณะที่นักลงทุนจับตาตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)
- ดัชนีนิกเกอิ [NIKKEI.X] ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดเช้าที่ 61,913.51 จุด ลดลง 275.12 จุด หรือ -0.44%
- ดัชนีฮั่งเส็ง [HSI.X] ตลาดหุ้นฮ่องกงปิดเช้าที่ 24,659.03 จุด พุ่งขึ้น 739.53 จุด หรือ +3.09%
- ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต [SSE.X] ตลาดหุ้นจีนปิดเช้าที่ 3,689.79 จุด เพิ่มขึ้น 3.62 จุด หรือ +0.10%
- ดัชนี KOSPI [KOSPI.X] ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ร่วงลง 4.25%
- ดัชนี S&P/ASX 200 [XJO.X] ตลาดหุ้นออสเตรเลียปรับตัวขึ้น 2.28%
พรรคเดโมแครตชนะการเลือกตั้งกลางเทอมทั้งในวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐฯ และสามารถกลับมาครองอำนาจเบ็ดเสร็จในสภาคองเกรสได้อีกครั้ง ซึ่งทำให้ตลาดคาดการณ์ว่า การผ่านกฎหมายที่เสนอโดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นไปได้ยากขึ้น นอกจากนี้ การที่ปธน.ทรัมป์ยอมรับผลการเลือกตั้งยังช่วยให้นักลงทุนคลายความวิตกกังวล
บรรยากาศการซื้อขายยังได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันดิบที่ร่วงลงอย่างหนัก เนื่องจากนักลงทุนมองว่า ชัยชนะของพรรคเดโมแครตได้นำไปสู่การเปลี่ยนขั้วอำนาจในสภาคองเกรส ซึ่งอาจทำให้สงครามระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ยุติลงเร็วขึ้น
ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบ WTI [WTI.X] ร่วงลง 8.29% ปิดที่ระดับ 88.12 ดอลลาร์/บาร์เรลในการซื้อขายที่ตลาดนิวยอร์กในวันพุธ (4 พ.ย.) และราคาน้ำมันดิบเบรนท์ [BRENT.X] ดิ่งลง 8.67% ปิดที่ระดับ 94.62 ดอลลาร์/บาร์เรล
อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นเกาหลีใต้เปิดร่วงลง เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่า พรรคเดโมแครตอาจใช้กฎระเบียบที่เข้มงวดในการกำกับดูแลด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยหุ้นบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่อย่าง Samsung Electronics ดิ่งลง 6.77% และหุ้น SK hynix ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิป ร่วงลง 9.03%
นักลงทุนจับตาตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ในวันศุกร์นี้ (6 พ.ย.) โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานจะเพิ่มขึ้น 63,000 ตำแหน่งในเดือนต.ค. หลังจากเพิ่มขึ้นเพียง 29,000 ตำแหน่งในเดือนก.ย. และคาดว่าอัตราว่างงานเดือนต.ค.จะทรงตัวที่ระดับ 4.2%
โดย รัตนา พงศ์ทวิช/กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์