หุ้น SoftBank ร่วงลง 5% ในวันนี้ (5 พ.ย.) ซึ่งมากกว่าดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นที่ลดลง 0.5% ท่ามกลางแรงกดดันจากหลายปัจจัย ทั้งความไม่แน่นอนเกี่ยวกับแผนเข้าซื้อธุรกิจหุ่นยนต์ของ ABB และการปรับตัวลงของหุ้น Arm Holdings ซึ่งเป็นหนึ่งในสินทรัพย์สำคัญในพอร์ตลงทุนของ SoftBank หลัง Arm Holdings บริษัทออกแบบชิปสัญชาติอังกฤษแห่งนี้เปิดเผยแนวโน้มผลประกอบการไตรมาสปัจจุบันต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้
หนังสือพิมพ์ Financial Times (FT) รายงานว่า หน่วยงานกำกับดูแลของจีนแจ้งให้ SoftBank Group Corp. ทราบว่า จะไม่อนุญาตให้บริษัทเข้าซื้อธุรกิจหุ่นยนต์ของ ABB Ltd. มูลค่า 5.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยคณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติจีน (NDRC) เป็นผู้แจ้งการตัดสินใจดังกล่าวแก่ SoftBank ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของญี่ปุ่น ส่วน ABB เป็นบริษัทเทคโนโลยีและวิศวกรรมอุตสาหกรรมสัญชาติสวิตเซอร์แลนด์
การไม่อนุมัติดีลครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อแผนของ มาซาโยชิ ซน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ SoftBank ที่ต้องการขยายธุรกิจด้านปัญญาประดิษฐ์เชิงกายภาพ (Physical AI) โดยก่อนหน้านี้ ซนระบุว่า ธุรกิจหุ่นยนต์จะเป็นส่วนสำคัญของกลยุทธ์การรุกตลาด AI ของบริษัท ขณะที่จีนถือเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดสำหรับธุรกิจหุ่นยนต์ของ ABB
รายงานของ FT ระบุเพิ่มเติมว่า NDRC มีความกังวลเกี่ยวกับการถ่ายโอนข้อมูลด้านหุ่นยนต์ไปยังต่างประเทศ ซึ่งข้อมูลดังกล่าวอาจถูกนำไปใช้ฝึกฝนโมเดลปัญญาประดิษฐ์ (AI) รวมถึงโมเดลที่พัฒนาโดย OpenAI ซึ่ง SoftBank เป็นหนึ่งในผู้ลงทุนรายใหญ่
รายงานของ FT ระบุว่า ขณะนี้ SoftBank กำลังตรวจสอบสาเหตุที่ทำให้ข้อตกลงดังกล่าวไม่ได้รับอนุมัติ พร้อมพิจารณาว่าจะสามารถยื่นขออนุมัติอีกครั้งได้หรือไม่
นอกจากประเด็นดังกล่าวแล้ว SoftBank ยังเผชิญแรงขายตามทิศทางหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและ AI ในวงกว้าง หลังพรรคเดโมแครตคว้าชัยชนะอย่างถล่มทลายในการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ และครองเสียงข้างมากในสภาคองเกรสทั้งสองสภา
ชัยชนะดังกล่าวทำให้พรรคเดโมแครตส่งสัญญาณว่าจะเพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลธุรกิจ AI และศูนย์ข้อมูล (Data Center) ซึ่งเป็นประเด็นที่อาจส่งผลต่อ SoftBank เนื่องจากบริษัทมีการลงทุนในธุรกิจศูนย์ข้อมูลของสหรัฐฯ ในระดับสูง ผ่านการลงทุนมูลค่ามหาศาลใน OpenAI
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช/รัตนา พงศ์ทวิช