ทองสปอต-ฟิวเจอร์จ่อทำผลงานรายสัปดาห์ดีที่สุดนับตั้งแต่เดือนส.ค. รับอานิสงส์ดอลลาร์อ่อน-บอนด์ยีลด์ร่วง

ข่าวต่างประเทศ Friday November 6, 2026 10:18 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

ราคาทองคำปรับตัวลงในวันนี้ (6 พ.ย.) แต่ยังมีแนวโน้มทำผลงานรายสัปดาห์ดีที่สุดนับตั้งแต่เดือนส.ค. หลังผลการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ส่งผลให้เงินดอลลาร์สหรัฐและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อ่อนตัวลง ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนราคาทองคำ ขณะที่นักลงทุนยังประเมินแรงเทขายที่เกิดขึ้นอีกครั้งในตลาดหุ้น และจับตาความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ จะปรับเปลี่ยนนโยบายการคลังและนโยบายการเงินภายหลังการเลือกตั้ง

ราคาทองคำปรับตัวขึ้นมากกว่า 5% แล้วในสัปดาห์นี้ หลังพรรคเดโมแครตคว้าชัยชนะอย่างถล่มทลายในการเลือกตั้งเข้าสู่สภาคองเกรส ส่งผลให้เงินดอลลาร์สหรัฐและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวลง อย่างไรก็ตาม ทองคำยังมีความเสี่ยงที่จะเผชิญแรงขายจากการปรับพอร์ตลงทุนในตลาดหุ้น เนื่องจากนักลงทุนอาจจำเป็นต้องขายสินทรัพย์บางส่วนเพื่อนำเงินไปชดเชยผลขาดทุนจากการลงทุนในสินทรัพย์อื่น

ณ เวลา 01.22 GMT หรือราว 8.22 น. ตามเวลาประเทศไทย ราคาทองคำสปอตลดลง 0.1% สู่ระดับ 4,083.31 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ส่วนสัญญาทองคำล่วงหน้าของสหรัฐฯ [GOLD.X] ลดลง 0.5% สู่ระดับ 4,092.67 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ โดยราคาทองคำเคลื่อนไหวใกล้ระดับ 4,090 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ หลังจากปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง ขณะที่หุ้นกลุ่มเทคโนโลยียังคงปรับตัวลงต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 ในวันนี้

แรงเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีมีสาเหตุจากความกังวลว่า การที่พรรคเดโมแครตครองเสียงข้างมากในสภาคองเกรสอาจนำไปสู่การตรวจสอบและกำกับดูแลบริษัทด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างเข้มงวดมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่กระแสต่อต้านการขยายศูนย์ข้อมูล (Data Center) เพิ่มขึ้นในหมู่ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

ความกังวลดังกล่าวกระตุ้นให้นักลงทุนโยกย้ายเงินทุนเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัย ส่งผลให้ความต้องการพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น และกดดันให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรลดลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ต้นเดือนก.ย. อย่างไรก็ตาม เงินดอลลาร์สหรัฐฟื้นตัวขึ้นเล็กน้อย ซึ่งลดความน่าสนใจของทองคำสำหรับนักลงทุนที่ใช้สกุลเงินอื่นในการซื้อขาย

นักวิเคราะห์จาก ANZ ระบุว่า ตลาดคาดการณ์ว่าการที่พรรคเดโมแครตครองเสียงข้างมากในสภาคองเกรสจะทำให้รัฐบาลสหรัฐฯ มีข้อจำกัดในการใช้จ่ายงบประมาณมากขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยที่กดดันให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ลดลง อย่างไรก็ตาม หากรัฐบาลลดการกู้ยืมเงิน ก็อาจส่งผลให้อุปสงค์ทองคำลดลงด้วย เนื่องจากการกู้ยืมของรัฐบาลเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนความต้องการทองคำในตลาด

ขณะเดียวกัน ความต้องการซื้อทองคำจริงยังคงแข็งแกร่ง โดยธนาคารกลางทั่วโลกเข้าซื้อทองคำสุทธิเพื่อเพิ่มทุนสำรองรวม 321 ตันในไตรมาส 3 ซึ่งเป็นปริมาณการซื้อสูงที่สุดนับตั้งแต่ปลายปี 2567 ทั้งนี้ ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และความกังวลเกี่ยวกับวินัยทางการคลังยังเป็นปัจจัยสนับสนุนให้สถาบันต่าง ๆ เพิ่มการถือครองทองคำ

สำหรับปัจจัยที่นักลงทุนจับตาต่อไปคือรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ซึ่งจะเปิดเผยในวันนี้ โดยข้อมูลดังกล่าวจะเป็นสัญญาณสำคัญที่ช่วยประเมินทิศทางเศรษฐกิจและแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ

โดย กัลยาณี ชีวะพานิช/รัตนา พงศ์ทวิช


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ