พรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์เฟซบุ๊กเปิดตัว นพ.บวรศม ลีระพันธ์ อาจารย์ประจำคณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมทีมบริหารรัฐบาลประชาชน ด้านสาธารณสุข เป็นรายที่ 6
ประวัติการศึกษา
- ปริญญาเอก Health Servics Reserch, Policy and Administration, University of Minnesota สหรัฐฯ
- ปริญญาโท Health Policy and Administration, Harvard University สหรัฐฯ
- ปริญญาตรี แพทยศาสตรบัณฑิต คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
ประสบการณ์

- ประธานหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาระบบสุขภาพ มหาวิทยาลัยมหิดล
- กรรมการที่ปรึกษาวิชาการ มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลในพระบรมราชูปถัมภ์
- ประธานคณะทำงานวาระยุทธศาสตร์ด้านการเสริมสร้างความเข้มแข็งของระบบสุขภาพ สกสว.
- ที่ปรึกษาอาวุโสโครงการ Better Health Programme Thailand กระทรวงการต่างประเทศและการพัฒนาระหว่างประเทศ สหราชอาณาจักร
- ที่ปรึกษาโครงการทบทวนการใช้จ่ายภาครัฐด้านสาธารณสุขของประเทศไทย กลุ่มธนาคารโลก
โดยตนมีแนวคิดที่จะเปลี่ยนภาระของหมอและคนไข้ให้เป็นระบบสุขภาพที่เป็นธรรมและยั่งยืน โดยค้นหาจากสิ่งที่ไม่ชอบที่สุดคือ การเห็นผู้กำหนดนโยบายสุขภาพหรือผู้บริหารระบบบริการสุขภาพออกแบบนโยบายโดยไม่รับผิดชอบกับภาระที่มักจะเกิดขึ้นตามมา ภาระเหล่านั้นไม่ได้ตกอยู่กับใครคนใดคนหนึ่ง แต่มักจะกระจายออกไปทั่วทั้งระบบสุขภาพของเรา
ความไม่เพียงพอของทรัพยากรสุขภาพทำให้ประชาชนต้องแบกรับความไม่เป็นธรรมในการใช้สิทธิขั้นพื้นฐานของตนเอง การเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพกลายเป็นภาระที่ประชาชนต้องจ่าย โดยคนมีเงินต้องใช้เงินเพิ่ม ขณะที่คนชั้นกลางต้องใช้เส้นสาย ส่วนคนจนต้องใช้เวลารอคอยเพื่อเข้าถึงหมอเวลาเจ็บป่วย
ขณะเดียวกัน ภาระจำนวนมากก็ถูกโยนไปให้หมอ พยาบาล และบุคลากรด่านหน้า โดยเฉพาะในระบบบริการสุขภาพภาครัฐ บ่อยครั้งต้องรับความเสี่ยง ทำงานเพิ่มขึ้นโดยไม่มีทรัพยากรเพิ่มเติม ต้องแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าภายใต้ระบบราชการที่บริหารจัดการยาก ปรับตัวช้า และแทบไม่เคยถูกปฏิรูปให้สอดคล้องกับการจัดการปัญหาสุขภาพในหน้างานที่ซับซ้อน ขณะเดียวกันเราก็ยังมีระบบบริการสุขภาพภาคเอกชนที่ไม่ได้ถูกกำกับดูแลในมาตรฐานเดียวกัน เราคาดหวังผลลัพธ์ใหม่ๆ แต่ยังผูกการออกแบบนโยบายสาธารณสุขและการจัดการระบบบริการสุขภาพภาครัฐไว้กับวิธีคิดแบบราชการไทยดั้งเดิม
"นี่คือเหตุผลที่ผมตัดสินใจอาสาเข้ามาทำงานการเมือง ผมเลือกจะอาสาทำงานดังกล่าว เพราะผมไม่อยากมานั่งเสียใจในอนาคตว่า วันนั้นมองเห็นปัญหาเชิงโครงสร้างของระบบสุขภาพบ้านเราชัดเจนขนาดนี้แล้ว ทำไมไม่ลงมาเล่นในสนามที่มีโอกาสสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ แต่กลับเลือกยืนดูอยู่ข้างสนาม" นพ.บวรศม กล่าว