กลุ่มปกป้องสถาบันฯออกโรง ภาคีเครือข่ายนัดแสดงพลัง 23 ต.ค.และ 31 ต.ค.

ข่าวการเมือง Wednesday October 21, 2020 15:29 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

กลุ่มอาชีวะ นิสิตนักศึกษารักชาติ สวมใส่เสื้อสีเหลืองรวมตัวราว 30 คนตั้งโต๊ะแถลงข่าว ณ ลานพ่อขุนฯ มหาวิทยาลัยรามคำแหงหัวหมาก ประกาศยืนข้างสถาบันพระมหากษัตริย์ พร้อมทั้งขอเชิญอาชีวะทั่วประเทศและประชาชนผู้จงรักภักดีรวมตัววันที่ 23 ต.ค.ร่วมวางพวงมาลา ณ ลานพระบรมรูปทรงม้า เพื่อแสดงความจงรักภักดี และเชิญชวนคนรุ่นใหม่ออกมาแสดงพลังปกป้องสถาบันวันที่ 31 ต.ค.63 ภายใต้คอนเส็ปต์พันธสัญญาอาชีวะนิสิตนักศึกษาและประชาชนรักสถาบันร่วมกล่าวปฏิญญาจงรักภักดี ณ ลานพ่อขุน

ภาคีเครือข่ายเพื่อปกป้องสถาบัน ประกอบด้วย กลุ่มลูกพ่อขุนเทิดทูนสถาบัน กลุ่มอาชีวะช่วยชาติ กลุ่มราชภักดิ์ อ่านแถลงการณ์ในวันนี้ว่า ด้วยสถานการณ์บ้านเมืองในปัจจุบันกำลังประสบปัญหาวิกฤติด้านความั่นคงทั้งด้านการเมืองเศรษฐกิจสังคม และที่สำคัญคือมีความเคลื่อนไหวที่พยายามเผยแพร่ข้อมูลแนวคิดที่ไม่ถูกต้องเพื่อยุยงปลุกปั่นก้าวล่วงสถาบันกษัตริย์ ทั้งการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ การปราศรัยจาบจ้วงให้ร้าย พยายามสื่อสารในโซเชียลมีเดีย หรือการส่งต่อข้อมูลเชิงลบ โดยเฉพาะสื่อออนไลน์ที่มีการส่งต่ออย่างรวดเร็วจนเกิดความคลาดเคลื่อนและเข้าใจผิดอย่างรุนแรง ปัญหานี้นับวันยิ่งจะมากขึ้น อันจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ

ภาษีเครือข่ายเพ่อป้องป้องสถาบันขอแสดงพลังของคนรุ่นใหม่ที่มีหัวใจเดียวกัน ร่วมแสดงจุดยืนดังนี้

1.ขอประณามเหตุการณ์ 14 ต.ค.63 ที่มีการล้อมรถยนต์พระที่นั่งและใช้กริยาถ้อยคำที่ไม่เหมาะสม จาบจ้วง ดูหมื่น อาฆาตมาดร้ายต่อสมเด็จพระราชินี

2.เรียกร้องให้ผู้อยู่เบื้องหลังความวุ่นวายออกมารับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งเราไม่เห็นด้วยกับการหมิ่นสถาบันไม่ว่ากลุ่มไหน

3.ภาคีฯ ไม่ได้ขัดขวางการชุมนุมเรียกร้องใด ๆ ตามสิทธิเสรีภาพภายใต้รัฐธรรมนูญ แต่ไม่เห็นด้วยกับการชุนุมที่ไม่เคารพกฎหมายและสิทธิเสรีภาพของบุคคลอื่น รวมถึงสร้างความแตกแยกภายในชาติ

แกนนำ ระบุอีกว่า ภาคีฯ มีเจตนารมณ์เดียวกันที่จะมาแสดงจุดยืนถึงสถานการณ์ชุมนุมที่ผ่านมา ตลอดระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 14 ต.ค.63 พวกเราทุกกลุ่มพูดคุยหารือกันตลอด นับวันสถานการณ์ยิ่งเลยเถิดรุนแรง ทอดทิ้งหลักการ และคุณค่าของสิทธิเสรีภาพ ทำให้เกิดความเสื่อมถอย ในสื่อโซเชียลมีเดียหลายคนเห็นต่างเรื่องสถาบัน มีการเข้ามาโจมตีผู้ที่เห็นต่าง

"เราเห็นความสำคัญของคำว่าบูรพกษัตริย์ ไม่ว่าจะเป็นภาษาที่พูด อักษรที่เขียนล้วนแล้วมาจากพ่อขุนรามคำแหง ซึ่งเป็นสิ่งที่ลืมไม่ได้ว่ารากเหง้าของเราอยู่ที่ไหน เสรีภาพตามอำเภอใจจึงไม่ใช่ทางออกของสถานการณ์วันนี้ พวกเราจึงมีแถลงการณ์ร่วมกันด้วยหลักการ และมีเจตนาเดียวกันคือวันนี้เราไม่พร้อมใช้ความรุนแรง และไม่เลือกใช้ความรุนแรงในการสดงออก วันนี้พวกเราทั้งสามกลุ่มมีเจตนาเดียวกันขอแสดงพลังจุดยืนนี้"แกนนำกล่าวในการแถลงข่าว

แกนนำกล่าวอีกว่า ไม่ว่ากลุ่มบุคคลกลุ่มใดจะแสดงออกในทิศทางไหน เป็นสิทธิของทุกคนแต่สิ่งหนึ่งที่คนของพระราชาข้าของแผ่นดินทนเห็นไม่ได้ ซึ่งไม่ต้องบรยายว่าที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้นบ้าง เรายอมไม่ได้ที่จะให้ใครบุคคลหนึ่งบคคลใดมาแสดงกริยาจาบจ้วง ดูหมิ่นสถาบันพนระมหากษตริย์ ประมุขของไทย และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ไม่ปรารถนาให้บุคคลใดกระทำกริยาดูหมิ่น ฉุดสภาบันลงมายุ่งเกี่ยวกับเรื่องของการเมือง

นอกจากนั้น ยังมีการชุมนุมของกลุ่มที่ออกมาปกป้องสถาบันในจังหวัดต่าง ๆ เช่นเดียวกัน ได้แก่ กลุ่มคนลำปางคนรักในหลวง 200 คน ใส่เสื้อเหลืองโดยเดินทางไปรวมตัวที่ห้าแยกหอนาฬิกา เทศบาลนครลำปาง จ.ลำปาง ร่วมแสดงพลังปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ ร้องเพลงชาติไทย และเพลงสรรเสริญพระบารมี พร้อมอ่านแถลงการณ์ 10 ข้อของประชาชนคนลำปางรักในหลวง

ข้าราชการ ผู้นำชุมชน และประชาชน ร่วมใส่เสื้อเหลือง แสดงพลังเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ และร่วมรำลึกถึงบูรพมหาวีรกษัตริย์ไทย โดยรวมตัวกันที่ลานหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ดอนเจดีย์ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช อ.ดอนเจดีย์ จ.สุพรรณบุรี พร้อมทำพิธีบวงสรวง และสักการะสมเด็จพระนเรศวรมหาราช

กลุ่มกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นักธุรกิจ พ่อค้า ประชาชนใน อ.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส รวมตัวกันที่หน้าธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สาขาสุไหงโกลก ร่วมใจใส่เสื้อเหลือง แสดงพลังรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ พร้อมร้องเพลงชาติไทย และเพลงสรรเสริญพระบารมี รวมทั้งการอ่านแถลงการณ์ปกป้องสถาบันกษัตริย์

ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนใน จ.สงขลา เช่น ที่ อ.ระโนด อ.สะทิงพระ เดินทางมารวมตัวกันที่หน้าอำเภอ และร่วมใจกันสวมเสื้อสีเหลือง แสดงพลังปกป้องสถาบัน และไม่เห็นด้วยกับการจาบจ้วงล่วงละเมิดสถาบันกษัตริย์ในทุกกรณี รวมทั้งยื่นหนังสือถึงผู้ว่าฯ สงขลา ให้ดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลและผู้ที่อยู่เบื้องหลังการล่วงละเมิดสถาบัน


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ