(เพิ่มเติม3) MOB FES ปลุกมวลชนไล่นายกฯ ไม่เลิกจนกว่าจะออก, ม็อบดินแดงเผาป้อม-ยิงแก๊สน้ำตา

ข่าวการเมือง Thursday September 2, 2021 21:02 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

แกนนำและมวลชน MOB FES ทยอยเดินทางเข้ามาในพื้นที่นัดหมายแยกอโศกตั้งแต่ก่อนเวลา 16.00 น.โดยมีนายธนัตถ์ ธนากิจอำนวย หรือไฮโซลูกนัท มาร่วมกิจกรรม ขณะที่ผู้ชุมนุมได้นำรถเครื่องเสียงมาจอดเปิดเพลงและลงมาเต้นบนพื้นถนน ทำให้ต้องปิดช่องจราจรไปบางส่วน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนหนึ่งเข้ามาดูแลสถานการณ์ในบริเวณดังกล่าวด้วย

นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด กล่าวว่า วันนี้เป็นการจัดกิจกรรมตลาดนัดการเมือง หรือ MOB FES เพื่อสร้างสรรค์กิจกรรมตามแต่ที่ละฝ่ายถนัด โดยจะแจกคิมบับให้คนที่มาร่วมเล่นเกม POP CAT เพื่อดันสถานะของประเทศไทยสู่อันดับ 1 และเป็นส่งสัญญาณถึงนานาชาติถึงความต้องการเปลี่ยนแปลงผู้นำของคนไทย ส่วนนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ก็เตรียมจะขึ้นปราศรัย โดยได้จัดทีมไว้ 10 คน

"การจัดงานวันนี้จะเป็นป้อมค่าย ล้อไปกับสมรภูมิที่ดินแดง โดยจะมีการจัดกิจกรรมไล่พล.อ.ประยุทธ์ ไปทุกวัน จนกว่าจะลาออก"นายสมบัติ กล่าว

ด้านนายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ตั้งใจให้วันนี้เป็นจุดเริ่มต้นแสดงพลังขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ บนท้องถนน สอดคล้องกับการอภิปรายในสภา และหาก พล.อ.ประยุทธ์ ผ่านการลงมติเป็นนายกรัฐมนตรี ก็จะยังยืนยันเดินหน้าข้อเรียกร้องเดินหน้าขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ต่อไป โดยกิจกรรมวันนี้จะประกอบด้วย การแสดงดนตรี วาดภาพ เล่นกีฬา เป็นต้น

ทั้งนี้ จากการประเมินสถานการณ์การเมืองในสภาฯ เข้มข้น ต้องติดตามนาทีต่อนาที และแม้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ อาจจะได้รับเสียงข้างมากไว้วางใจให้บริหารประเทศต่อไป แต่เชื่อว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง อย่างน้อยก็คงมีการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งจะส่งผลต่อเสถียรภาพรัฐบาล

เมื่อเวลา 19.05 น.นายสมบัติ ได้ขึ้นเวทีปราศรัยบนรถบรรทุกติดเครื่องขยายเสียงว่า ตามที่สภาผู้แทนราษฎรจะมีการลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลในวันที่ 4 ก.ย.นั้น เชื่อว่าผลโหวตที่ออกมาก็คงจะทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังคงอยู่ในตำแหน่งต่อไปจากคะแนนเสียงสนับสนุนของ ส.ส.จากพรรคร่วมรัฐบาล ดังนั้นจึงขอเรียกร้องให้ประชาชนที่เป็นเจ้าของเสียงตัวจริงออกมาแสดงเจตจำนงค์ในการขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ ต่อไปจนกว่าจะลงจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

"ขอให้ประชาชนออกมาแสดงเจตจำนงค์ว่าจะออกมาขับไล่จนกว่าประยุทธ์ จะออกจากอำนาจ หากสภาฯ โหวตรับ เราจะอยู่ที่นี่ (แยกอโศก)" นายสมบัติกล่าว

พร้อมกันนี้ ยังขอให้มวลชนมารวมตัวกันทุกวันที่แยกอโศกตั้งแต่เวลา 16.00 น.เป็นต้นไป และอาจจะต้องมารวมตัวกันเป็นเดือน รอดูว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะลาออกจากตำแหน่งหรือไม่ และเชิญชวนให้มีการเปลี่ยนแยกอโศกแห่งนี้เป็นถนนคนเดิน เปิดท้ายขายของ และใช้ชีวิตกันต่อไป และยืนยันว่านายกรัฐมนตรีจะต้องลาออก หลังจากวันที่ 4 ก.ย.เป็นต้นไป ขอให้มวลชนติดตามความเคลื่อนไหวการนัดชุมนุมอย่างใกล้ชิดต่อไป

ก่อนหน้านี้ นายธนัตถ์ ธนากิจอำนวย หรือไฮโซนัท ได้ขึ้นเวทีปราศรัย โดยโจมตีการทำงานของรัฐบาลว่าเป็นรัฐบาลที่เปรียบเสมือนเป็นเจ้ามือปั่นหุ้น โดยเฉพาะกับบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ กินรวบทุกธุรกิจ ทำให้เกิดการรวยกระจุกจนกระจาย และเชื่อว่าการเมืองที่เป็นการลงทุน จะต้องมีการถอนทุนคืนเสมอ

พร้อมตำหนิการจัดหาวัคซีนของรัฐบาลที่มีความผิดพลาด โดยเลือกที่จะใช้วัคซีนซิโนแวคเป็นวัคซีนหลักของประเทศ จนทำให้ประชาชนต่างต้องออกมาเรียกร้องหาวัคซีนทางเลือกที่มีประสิทธิภาพมากกว่ามาทดแทน ซึ่งเห็นว่าจริงๆ แล้วไม่ควรจะเป็นแค่วัคซีนทางเลือก แต่ควรนำมาใช้เป็นวัคซีนหลักในการป้องกันโควิดจะเหมาะสมกว่า

ต่อมา นายณัฐวุฒิ ขึ้นกล่าวปราศรัยว่า ขณะนี้ฝ่ายค้านกำลังทำหน้าที่อภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี แต่เชื่อว่าคงแพ้โหวตฝั่งรัฐบาลแน่นอน แต่รัฐบาลกำลังเสียบกันเอง พล.อ.ประยุทธ์ ห้ำหั่นกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ซึ่งเป็นเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และจะเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองได้ เราจะเชียร์ใครดี แต่ไม่ว่าใครจะชนะประเทศไทยยังโคม่าอยู่ดี

และไม่ว่าความขัดแย้งกันเองของของพรรค พปชร.จะนำไปสู่อะไร พล.อ.ประยุทธ์จะรอดหรือไม่รอดในการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ แต่ในนามประชาชน เรายอมรับการเปลี่ยนแปลงภายใต้ประชาธิปไตยเท่านั้น ไม่เอาอำนาจนอกประบบ หรือ วิธีเหนือรัฐธรรมนูญ หาก พล.อ.ประยุทธ์ลาออก นายกรัฐมนตรีคนใหม่ก็จะต้องมาจาก 2 ทางคือ เลือกจากแคนดิเดทของพรรคกาเมือง หรือคนนอกที่มาจาก ส.ส.ในสภาเท่านั้น จึงจะเป็นไปตามหลักการ

"จะเอาถูกใจไว้ทีหลัง ถ้าไม่เอาเลยอำนาจนอกระบบจะเข้ามา และเปลี่ยนแปลงทางการเมืองจะทำให้เราต้องสู้กันหนักอีก จับตาดูเหตุการณ์ 2-3 วันนี้ใครจะชนะ ถ้าประยุทธ์ไปแล้ว อย่าไปเผลอใจเชียร์ประวิตร เพราะไม่ได้อยู่ในแคนดิแดทนายกฯ ไม่ได้เป็น ส.ส. ไม่ได้อยู่ในระบบ กติกา สภาพไม่ไหวแล้ว"นายณัฐวุฒิ กล่าวในการปราศรัย

นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า พล.อ.ประยุทธ์ บริหารงานผิดพลาดมาตลอด ไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขปัญหาโรคไวรัสโควิด-19 หรือการประกาศปฏิรูปตำรวจ ขณะที่กองทัพก็ไม่ได้ทำหน้าที่ปกป้องประเทศ แต่ปกป้อง พล.อ.ประยุทธ์ ดังนั้นหาก พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ออกจากตำแหน่งไม่ว่าจะรอดจากการอภิปราย หรือไม่ลาออก ตนเองก็จะเชิญชวนประชาชนมาขับไล่ทุกวันจนกว่าจะไป

"ถ้าประชาชนกินอิ่ม นอนหลับใจ สบาย ก็คงไม่ข้ามเส้นโรคระบาดมาชุมนุม อย่าไปคิดว่าโควิดดีขึ้นจะไว้ใจให้อยู่ต่อ เพราะโควิดไม่มีทางดีขึ้น รัฐบาลผิดพลาดมาตั้งแต่ต้นและผิดพลาดมาตลอด วัคซีนไม่เคยซื้อหา ไม่เข้าโคแวกซ์ ทุกอย่างที่แก้ปัญหาพังพินาศไม่มีชิ้นดี...นี่คือรัฐบาลที่อ้างว่าจะอยู่ต่อ นายกฯที่บอกว่ามีความสามารถจะพาคนทั้งชาติพ้นวิกฤติ อยากบอกไว้ว่าเที่ยวนี้ถ้ารอดอภิปรายไม่ไว้วางใจ จะชวนประชาชนไล่ทุกวันจนกว่าจะไป"นายณัฐวุฒิ ประกาศ

อย่างไรก็ตาม วันพรุ่งนี้จะไม่มีการชุมนุมที่แยกอโศก เนื่องจากแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม นัดมวลชนไปรวมตัวที่แยกราชประสงค์ แต่หลังจากวันพรุ่งนี้ขอให้ติดตามกิจกรรมของ MOB FES ต่อไป

ขณะที่บริเวณสามเหลี่ยมดินแดงมีมวลชนจำนวนหนึ่งมารวมตัวในจุดเดียวกับหลายวันก่อน โดยขณะนี้มีการกั้นการจราจรไปแล้วบาง ส่วน พร้อมทั้งมีเสียงดังคลายประทัดเป็นระยะและมีกลุ่มควันเกิดขึ้น โดยผู้ชุมนุมใช้แผงกั้นไม่ให้รถที่วิ่งมาจากแยกราชปรารภและอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิเข้าไปยังถนนวิภาวดีรังสิต ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจตรึงกำลังในแนวป้องกันบนถนนวิภาวดีรังสิต

ผู้ชุมนุมบางส่วนใช้รถจักรยานยนต์วิ่งเข้าไปบริเวณหน้ากรมดุริยางค์ทหารบกและขว้างปะทัดยักษ์เข้าใส่ทำให้เกิดเสียงดังเป็นระยะๆ โดยที่ยังไม่มีความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชน (คฝ.)

จากนั้นเมื่อเวลา 18.50 น.กลุ่มผู้ชุมนุมได้ประกาศให้ย้ายไปรวมตัวกันที่อนุสาวรีย์ชัยฯ แต่พอเมื่อเวลา 19.14 น.กลุ่มผู้ชุมนุมกลับมารวมตัวที่แยกดินแดง โดยมีการขว้างระเบิดเพลิงและปะทัดยักษ์ใส่ป้ายบอกทาง ทำให้ตกลงมาระเบิดกลางถนน พร้อมทั้งมีการเร่งเครื่องยนต์และบีบแตรเสียงดัง แต่ไม่เคลื่อนขบวนไปหน้ากรมดุริยางค์ทหารบก เพราะเกรงจะถูกเจ้าหน้าปิดล้อมจับกุม ขณะที่มีการเปิดจราจรให้รถวิ่งตามปกติ

ล่าสุด กลุ่มผู้ชุมนุมจุดไฟเผาป้อมตำรวจบริเวณแยกราชปรารภ และมีการนำยางรถยนต์มาสุมไฟ ทำให้เจ้าหน้าที่ คฝ. เริ่มยิงแก๊สน้ำตาใส่ผู้ชุมนุม และนำรถเคลื่อนที่เร็วเคลียร์พื้นที่ทำให้ผู้ชุมนุมขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีเข้าไปในซอย


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ