"กรณ์"วอนประชาชนอดทน-เห็นใจ-ให้เวลารัฐบาลแก้ไขปัญหาม็อบเสื้อแดงชุมนุม

ข่าวการเมือง Wednesday April 28, 2010 09:53 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายกรณ์ จาติกณิช รมว.คลัง วอนประชาชนให้อดทนและเห็นใจรัฐบาลกรณีแก้ไขปัญหาการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดง ที่ปักหลักชุมนุมบริเวณแยกราชประสงค์ตั้งแต่วันที่ 3 เม.ย.ที่ผ่านมา เนื่องจากเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่ต้องใช้ระยะเวลา

"ผมเชื่อว่ากระบวนการเสื้อแดงยึดครองประเทศไทยไม่ได้หรอกครับ ปัญหาก็คือความเคียดแค้นเกลียดชังทำให้คนกลุ่มนี้เพียงไม่กี่คนพร้อมจะทำลายวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ของคนไทยทุกคนเพื่อสนองต่อตัณหาของเขากลุ่มเดียว เราจะชนะเขาได้ต้องรวมพลังต่อต้านโดยสันติวิธี ต้องอดทนเพราะการต่อสู้ด้วยวิธีนี้ ไม่สะใจ ไม่ทันใจ แต่จะเป็นตัวพิสูจน์ที่แท้จริงว่า พวกเราชาวไทยพร้อมอดทนต่อสู้เพื่อระบอบประชาธิปไตย โดยวิถีประชาธิปไตยจริงหรือไม่" นายกรณ์ จาติกณิช รมว.คลัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ค

รมว.คลัง กล่าวว่า เนื่องจากที่ผ่านมามีคำถามมากมายถึงรัฐบาลต่อการแก้ไขปัญหาเรื่องดังกล่าว เช่น "รัฐบาลทำอะไรอยู่","เมื่อไรจะจัดการกับม็อบเสียที","ขอให้รัฐบาลเด็ดขาด","เบื่อรัฐบาลไม่ทำอะไรเสียที" เป็นต้น แต่การแก้ไขปัญหาไม่สามารถทำได้ง่ายๆ เพราะแกนนำฯ ใช้โล่มนุษย์เป็นเกราะกำบัง และเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงใส่เกียร์ว่าง

"รัฐบาลก็ได้พยายามแล้วแต่คว้าน้ำเหลว เสียท่า เสียหน้า และเสียโอกาส ผู้บัญชาการก็ยืดอกรับผิดชอบแล้ว มีการเปลี่ยนตัวไปเรียบร้อย แต่ข้อเท็จจริงก็คือ เราไม่สามารถพึ่งเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบได้ ถามตำรวจเขาก็จะบอกเองครับว่า ส่วนใหญ่เขา"แดง"...กลุ่มแกนนำเขาก็มีฝูงชนเป็นเกราะกำบัง ขณะนี้เขาจะมีการ์ดแดงอยู่เป็นวงรอบนอก และก็จะมีอีกวงหนึ่งเป็นวงรอบใน อาวุธน่าจะมีครบ และระหว่างสองวงก็จะมีชาวบ้านเป็นกันชน ใครบุกเข้าไปพยายามจับแกนนำ เราสรุปได้ว่าต้องมีการเสียชีวิตแน่นอน และน่าจะเป็นชีวิตชาวบ้านด้วย" นายกรณ์ ระบุ

รมว.คลัง กล่าวว่า รัฐบาลได้ปรับโครงสร้างการทำงานใหม่ โดยให้ผู้ที่มีความพร้อมเข้ามาทำงานแทน เพื่อให้การแก้ไขปัญหามีความคืบหน้า ซึ่งหลังจากนี้ไปความเข้มข้นในการทำงานของรัฐบาลจะมีมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ต้องเข้าใจว่าความอดทนต้องมี คิดอะไรต้องคิดให้ทะลุ เป็นเรื่องที่น่าเสียดายเพราะจริงๆ เราไม่ต้องการเห็นเจ้าหน้าที่ของรัฐมีสี ขอให้ปฏิบัติหน้าที่รักษากฎหมายก็เพียงพอแล้ว ตำรวจเขาก็จะบอกว่า เขาก็เคยทำอย่างนั้นสมัยเสื้อเหลืองแต่ก็โดนสังคมประณาม ทั้งหมดนี้จึงเป็นเรื่องที่ต้องแก้ไขเยียวยาต่อไป แต่ผมคิดว่าในจังหวะนี้ประเทศบอบช้ำมาเพียงพอจากการไม่รับผิดชอบต่อหน้าที่ของทุกๆ ฝ่าย เราไม่อยากฟังข้ออ้างหรือคำอธิบาย ใครมีหน้าที่ที่จะบังคับใช้กฎหมายแต่ไม่พร้อมทำ ด้วยเหตุผลเพราะเลือกข้างหรือเพราะไม่อยากเปลืองตัวก็ต้องให้คนอื่นมาทำแทน

"การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐตรงนี้รัฐบาลต้องแก้ไขโดยด่วน ใครไม่ทำตามต้องปลด ปัญหาที่สองคือ ประชาชนและผู้ประกอบกิจการเล็ก-ใหญ่ที่ได้รับผลกระทบ อย่างเช่นทุกๆคนที่ตกงาน ไม่มีรายได้ ในบริเวณพื้นที่ราชประสงค์ รัฐต้องดูแล และเราก็มีมาตรการที่ประกาศออกมาแล้ว ทั้งในรูปของเงินช่วยเหลือและวงเงินสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ปัญหาที่สามคือ การต่อสู้เพื่อปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ เรื่องนี้แล้วแต่คนครับ แต่ส่วนตัวผมชัดเจน ผมได้เคยพูดกับคนฝั่งตรงข้ามว่าตัวคุณอาจจะบอกว่าคุณจงรักภักดี แต่คุณคบหาพึ่งพากับคนที่ต้องการล้มเจ้า ก็เท่ากับคุณเองก็พร้อมที่จะร่วมทำลายสถาบัน" นายกรณ์ กล่าว

รมว.คลัง กล่าวว่า ก่อนหน้านี้มีความเชื่อว่าหากมีการประท้วงและเกิดการประทะกันถึงขั้นชีวิต รัฐบาลจะอยู่ไม่ได้ แต่ในยุคนี้ ระบบการสื่อสาร การเข้าถึงและเข้าใจข้อมูลทำให้สังคมไทยแยกแยะได้ว่าอะไรเป็นอะไร และใครเป็นผู้รับผิดชอบ ผู้ที่มีเจตนาฆ่าคนเพื่อให้สังคมกดดันรัฐบาลให้ยอมแพ้จึงต้องผิดหวัง และสังคมก็ได้ประนามความชั่วร้ายของกลยุทธ์นี้ ขณะเดียวกันหากมีการใช้กำลังสลายม็อบก็ไม่ได้ทำให้ปัญหาหมดไป

"สมมุติว่าเราเข้าไปสลายการชุมนุมได้ด้วยการใช้ความรุนแรง ก็อย่าคิดเลยนะครับว่า กระบวนการแดงมีจำกัดอยู่แค่ที่ราชประสงค์ อารมณ์ความรู้สึกของคนไทยที่ดู PTV มาทั้งวันทั้งคืนเป็นเดือนๆ และมีใจรักทักษิณเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เขาต้องไม่พอใจแน่นอน และจะมีความรู้สึกเหมือนว่าพวกเขาโดนกลั่นแกล้ง จะแสดงออกด้วยการใช้ความรุนแรงหรือไม่ ผมไม่ทราบ แต่จะเป็นการฝังลึกในความเกลียดชังคนไทยด้วยกัน เป็นไปได้ว่ากระบวนการจะลงใต้ดิน สร้างความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินไปอีกนาน" นายกรณ์ กล่าว

รมว.คลัง กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องใจเย็นๆ คนทั่วไปอาจจะโกรธตนเองที่พูดอย่างนี้ แต่ขอให้ดูตัวอย่าง Mandela ยอมติดคุก 27 ปี ขณะที่ประชาชนของเขาถูกรังแกเข่นฆ่า เอาเปรียบมาโดยตลอด แต่เขาก็อดทน หรือ Gandhi เองถูกข่มขู่ กดดัน รังแกอย่างไร ท่านก็อดทน เพราะท่านรู้ว่าชัยชนะที่ได้มาด้วยสติปัญญาบวกกับความเมตตา เป็นชัยชนะที่ยั่งยืน เพราะทุกคนมีส่วนร่วมในชัยชนะนั้นได้ ทุกคนมีที่ยืน


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ