ภาวะตลาดเงินบาท: ปิด 31.08/09 ทรงตัวจากช่วงเช้า ธุรกรรมเบาบางหลังตลาดสหรัฐฯ-จีนหยุด

ข่าวเศรษฐกิจ Monday February 16, 2026 17:40 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยว่า เงินบาทปิดตลาดเย็นนี้ อยู่ที่ระดับ 31.08/09 บาท/ดอลลาร์ ทรงตัวจาก ช่วงเช้าที่เปิดตลาดที่ระดับ 31.07 บาท/ดอลลาร์ โดยระหว่างวันเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ 30.98 - 31.10 บาท/ดอลลาร์

วันนี้เงินบาทเคลื่อนไหวสอดคล้องกับสกุลเงินอื่นในภูมิภาค โดยภาพรวมเคลื่อนไหวค่อนข้างนิ่ง ตลาดเบาบาง เนื่องจากวันนี้ ตลาดสหรัฐฯ และจีนหยุดทำการ ส่วนตัวเลข GDP ไทยวันนี้ส่งผลต่อเงินบาทแต่ไม่มาก ยังเคลื่อนไหวในกรอบ

สำหรับในช่วงนี้ ต้องติดตาม Fund Flow ต่างชาติ และปัจจัยเรื่องการเมืองในประเทศ

นักบริหารเงิน คาดว่า เงินบาทวันพรุ่งนี้จะเคลื่อนไหวในกรอบ 31.00 - 31.15 บาท/ดอลลาร์

  • ปัจจัยสำคัญ
  • เงินเยน อยู่ที่ระดับ 153.57/59 เยน/ดอลลาร์ จากช่วงเช้าที่ระดับ 153.09 เยน/ดอลลาร์
  • เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1865/1866 ดอลลาร์/ยูโร จากช่วงเช้าที่ระดับ 1.1860 ดอลลาร์/ยูโร
  • ดัชนี SET ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,438.09 จุด เพิ่มขึ้น 7.68 จุด (+0.54%) มูลค่าการซื้อขาย 51,039 ล้านบาท
  • สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติซื้อสุทธิ 216.53 ล้านบาท
  • เลขาธิการสภาพัฒน์ ยอมรับว่า เศรษฐกิจไทยไตรมาส 4/68 ขยายตัวได้มากกว่าที่คาดไว้ที่ 1% เป็นอย่างมาก ซึ่งเป็นผล
มาจากการเร่งตัวขึ้นค่อนข้างแรงของเครื่องชี้ในหลายตัว โดยเฉพาะภาคก่อสร้างที่ขยายตัวได้ถึง 11.2% ตลอดจนการลงทุนของภาครัฐที่
ขยายตัวได้ถึง 13.3% ซึ่งเป็นผลมาจากมาตรการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบลงทุนของหน่วยงานราชการต่าง ๆ และการลงทุนของภาคเอกชน
ที่ขยายตัวได้ 6.5% พร้อมเชื่อว่า การที่เศรษฐกิจไทยไตรมาส 4 เติบโตได้สูงกว่าที่คาดการณ์นี้ เป็นผลมาจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน
ทั้งรัฐและเอกชน
  • สภาพัฒน์ ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ของไทยในปี 69 เป็นโต 1.5-2.5% จากเดิมคาดโต 1.2-2.2% โดยมีปัจจัยสนับ
สนุนที่สำคัญ ได้แก่ 1. การขยายตัวอย่างต่อเนื่องของการอุปโภคบริโภค และการลงทุนภาคเอกชน 2. การเพิ่มขึ้นของกรอบงบประมาณ
ภาครัฐ ทั้งรายจ่ายประจำและรายจ่ายลงทุน 3. การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว และบริการที่เกี่ยวเนื่อง และ 4. ปริมาณน้ำที่เอื้อ
อำนวยต่อการขยายตัวของการผลิตภาคการเกษตร ทั้งนี้ คาดว่าการอุปโภคบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนจะขยายตัวได้ 2.1% และ
1.9% ตามลำดับ ส่วนมูลค่าการส่งออกในรูปดอลลาร์สหรัฐ จะขยายตัวได้ 2.0% ขณะที่อัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยอยู่ในช่วง -0.3 ถึง 0.7%
และดุลบัญชีเดินสะพัด เกินดุล 2.4% ของ GDP
  • รมว.คลัง ระบุว่า หากจัดตั้งรัฐบาลใหม่ได้อย่างรวดเร็ว การเร่งผลักดันการลงทุนให้เติบโตได้อย่างแข่งแกร่ง จะเป็น
ปัจจัยสำคัญที่ช่วยสนับสนุนให้เศรษฐกิจไทยในปีนี้เติบโตได้ 3%+ ซึ่งเป็นตัวเลขการเติบโตตามศักยภาพของเศรษฐกิจ ซึ่งจะเป็นการเติบโต
ต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา ที่สะท้อนว่ามาตรการ Quick Big Win กระตุ้นสั้น ได้ผลยาวกระจายตัว ช่วยสนับสนุนให้เศรษฐกิจเติบโตได้อย่าง
มีประสิทธิภาพ
  • หลังผลการเลือกตั้งที่พรรคภูมิใจไทยคว้าชัยด้วยคะแนนเสียง 193 ที่นั่ง ศูนย์วิจัย SCB EIC ประเมินว่า จะจัดตั้งรัฐบาลที่มี
เสถียรภาพ สร้างความต่อเนื่องของนโยบายในการบริหารราชการแผ่นดิน และลดความเสี่ยงเศรษฐกิจจากความไม่แน่นอนทางการเมือง
ของไทยลงได้บ้าง โดยรัฐบาลใหม่มีแนวโน้มจะเริ่มปฏิบัติหน้าที่ได้ภายในเดือน พ.ค. ส่งผลให้กระบวนการจัดทำพ.ร.บ.งบประมาณปี 70
จะล่าช้าไม่มากเพียง 1-2 เดือน จึงไม่ส่งผลกระทบต่อสมมติฐานทางเศรษฐกิจปี 69 ในกรณีฐานของ SCB EIC ที่ประเมินเศรษฐกิจไทย
จะขยายตัว 1.5% มากนัก
  • ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า จากสถิติย้อนหลังตั้งแต่ช่วงปลายปี 68 ที่ผ่านมา พบว่าจำนวนนักท่อง
เที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกกลุ่มประเทศ ส่งผลให้ยอดนักท่องเที่ยวแตะระดับหลักแสนรายต่อวันมา
โดยตลอด และในช่วงนี้มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยมากกว่า 130,000 รายต่อวัน ขณะที่นักท่องเที่ยวจีนกลับมาเพิ่มขึ้น
อย่างต่อเนื่องแตะเกือบ 30,000 รายต่อวัน
  • ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) และนายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทากาอิจิ จะจัดการประชุมทวิภาคีร่วมกันในวันนี้ (16
ก.พ.) เวลา 15.00 น.ตามเวลาไทย ซึ่งเป็นการประชุมครั้งแรกนับตั้งแต่พรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาล ชนะการ
เลือกตั้งแบบถล่มทลาย โดยคาดว่าการประชุมครั้งนี้อาจมีการหารือเกี่ยวกับแผนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ BOJ
  • อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังฝ่ายกิจการระหว่างประเทศของญี่ปุ่น เปิดเผยว่า ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ยัง

คงตามหลังธนาคารกลางของประเทศอื่น ๆ ในการดำเนินนโยบายการเงิน พร้อมกับเสริมว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจะช่วยจัดการกับ

ปัญหาเงินเฟ้อและสร้างเสถียรภาพให้กับตลาด


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ