นายกฯ วอนปชช.อย่ากักตุนน้ำมัน ชี้เสี่ยงอันตราย ยันมีเพียงพอ!! ลั่นเอาผิดปั๊มขึ้นราคา

ข่าวเศรษฐกิจ Wednesday March 4, 2026 13:18 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่ประชาชนเริ่มมีการกักตุนน้ำมันจากความกังวลต่อสถานการณ์สู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางว่า ยืนยันว่ารัฐบาลจะตรึงราคาน้ำมันดีเซลไว้อย่างน้อย 15 วัน จึงขอความร่วมมือประชาชนไม่ให้กักตุนน้ำมันเนื่องจากไม่มีความจำเป็น และการเก็บน้ำมันไว้ถือเป็นเรื่องอันตรายเพราะเป็นเชื้อเพลิงที่อาจก่อให้เกิดไฟไหม้ได้

ทั้งนี้ หากครบกำหนดการตรึงราคาน้ำมันดีเซล 15 วันแล้ว รัฐบาลจะดำเนินการต่ออย่างไรนั้น นายอนุทิน ไม่ได้ตอบคำถามแต่อย่างใด

ส่วนการประชุมร่วมกับกระทรวงพลังงาน และกระทรวงพาณิชย์ เพื่อติดตามกรณีดังกล่าวนั้น นายกรัฐมนตรี ระบุว่าได้มีการประชุมไปแล้ว และวันนี้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ที่จะเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาประชุมเพิ่มเติม ซึ่งตนได้มอบนโยบายไปแล้วว่าจะทำอย่างไรให้ลดความเดือดร้อนของประชาชนให้ได้มากที่สุด

ส่วนกรณีที่ผู้ค้าน้ำมันบางรายปรับขึ้นราคาไปก่อนแล้วถึง 4 บาทนั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ล่าสุดได้ปรับราคาลงมาแล้ว โดยมีผลเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา อย่างไรก็ดีได้เน้นย้ำผู้ค้าน้ำมันไปแล้วว่าไม่ให้ขึ้นราคา ซึ่งทาง บมจ. ปตท. (PTT) ยืนยันว่าไม่มีการปรับราคา ดังนั้นจึงอยู่ที่ประชาชนจะเลือกใช้บริการ และหากพบว่าปั๊มไหนขึ้นราคาก็ต้องไปดำเนินการ ขณะที่กระทรวงพาณิชย์ ได้ติดตามทั้งเรื่องราคาน้ำมัน และราคาสินค้าอย่างใกล้ชิด

สำหรับการลดความกังวลของประชาชนที่เกรงว่าจะมีพลังงานสำรองไม่ถึง 60 วันนั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลได้ดำเนินการในหลายมาตรการ หลังจากที่เมื่อวานนี้มีการกังวลเรื่องราคาสินค้า จึงได้ออกมาตรการต่าง ๆ รวมถึงการตรึงราคาน้ำมัน เพื่อลดความเดือดร้อนของประชาชน

"เช่นเดียวกับการให้การช่วยเหลือประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ตะวันออกกลาง ก็ได้ให้การช่วยเหลืออย่างเต็มที่ โดยประชาชนสามารถติดตามสถานการณ์ด้วยความเป็นห่วงได้ แต่เรื่องต่างๆขอให้เป็นหน้าที่ของรัฐบาล จึงขอให้ใช้ชีวิตตามปกติ" นายกรัฐมนตรี กล่าว

นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน (ธพ.) เปิดเผยถึงสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางว่า ขอความร่วมมือประชาชนอย่าตื่นตระหนกและงดการกักตุนน้ำมันเชื้อเพลิง เนื่องจากการกักตุนในปริมาณมากอาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมาย และเสี่ยงเกิดอันตรายจากการจัดเก็บที่ไม่ถูกวิธี

นายสราวุธ ระบุว่า ควรเติมน้ำมันลงในยานพาหนะเท่านั้น ไม่ควรนำภาชนะบรรจุไปเติมน้ำมันในสถานีบริการเพื่อความปลอดภัย และไม่ต้องการให้เกิดการกักตุน อย่างไรก็ดี สำหรับกรณีเกษตรกรหรือผู้ประกอบอาชีพอื่นที่มีความจำเป็นต้องนำภาชนะบรรจุไปเติมเพื่อการประกอบอาชีพ ก็สามารถดำเนินการได้ ภายใต้การบริหารจัดการของผู้ค้าน้ำมัน (สถานีบริการ) อย่างเหมาะสม ทั้งนี้ ธพ. ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และขอความร่วมมือผู้ค้าน้ำมันเชื้อเพลิงเร่งจัดหาและกระจายน้ำมันให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชนอย่างต่อเนื่อง พร้อมยืนยันว่าปริมาณสำรองน้ำมันภายในประเทศยังคงเพียงพอ

นายสราวุธ กล่าวย้ำว่า ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในระบบบริหารจัดการพลังงานของประเทศ และร่วมมือกันใช้น้ำมันอย่างประหยัดเท่าที่จำเป็น งดการกักตุน ซึ่งจะช่วยลดภาระการนำเข้าและรักษาเสถียรภาพต้นทุนราคาพลังงานในภาพรวมด้วย


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ