นายกฯ ยันพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน มีผลบังคับใช้แล้ว ไม่สะดุด แม้ฝ่ายค้านยื่นศาล รธน.

ข่าวเศรษฐกิจ Tuesday May 12, 2026 14:05 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ยืนยันว่า แม้ฝ่ายค้านเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความการออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน แต่ไม่ได้ทำให้การเดินหน้าโครงการต่างๆที่รัฐบาลวางไว้สะดุดลง เพราะพระราชกำหนดมีผลบังคับใช้ และประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สิ่งที่อาจจะล้าช้าไปบ้าง คือ เมื่อสมาชิกรัฐสภา จำนวน 1 ใน 5 ส่งเรื่องมา ก็ทำให้ประธานสภาฯ ที่จะบรรจุวาระเรื่องพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านเป็นวาระแรกยังทำไม่ได้

ส่วนได้เตรียมแนวทางสำรองไว้หรือไม่ หากศาลรัฐธรรมนูญตีความการออก พ.ร.ก.กู้เงินขัดรัฐธรรมนูญ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่าย้ำว่า มีอยู่แผนเดียว คือ แผนช่วยเหลือประชาชน มาถึงจุดนี้แล้ว ถ้าไม่มั่นใจอย่าออกพ.ร.ก. รัฐบาลก็ทำหน้าที่ที่รัฐบาลต้องทำ คือ ช่วยเหลือบรรเทาประชาชน ซึ่งเป็นเรื่องฝ่ายบริหาร

*"เอกนิติ" ย้ำพ.ร.ก.กู้เงินฯ จำเป็นแตกต่างจากในอดีต

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง กล่าวถึงกรณีที่บางฝ่ายนำไปเปรียบเทียบกับเหตุการณ์ในอดีตอย่างวิกฤตค่าเงินในปี 2540 ว่า กรณีนี้ไม่เหมือนกัน เพราะครั้งนี้เป็นวิกฤตเรื่องของค่าครองชีพและปากท้องของประชาชน ที่กระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ

พร้อมย้ำว่า การออก พ.ร.ก.กู้เงิน คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้พิจารณาอย่างรอบคอบแล้ว ฉะนั้นยืนยันว่าทางรัฐบาลมีความจำเป็นเร่งด่วนในการดำเนินการ เพื่อไม่ให้เกิดวิกฤตอื่นๆตามมา เนื่องจากวิกฤตสงครามในครั้งนี้ส่งผลกระทบถึงเรื่องราคาพลังงาน ราคาน้ำมัน และต้นทุน ซึ่งจะเห็นได้ว่าขณะนี้เงินเฟ้อเริ่มพุ่งสูงขึ้นแล้ว นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน เราจึงไม่สามารถที่จะรอให้เกิดปัญหาแล้วค่อยไปแก้ ไม่เช่นนั้นก็จะทำให้คนตกงาน รวมถึงธุรกิจรายเล็ก และรายย่อย ได้รับผลกระทบตามมา

ส่วนจำเป็นจะต้องรอศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยก่อนหรือไม่ นายเอกนิติ ระบุว่า พ.ร.ก.ดังกล่าวได้ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา จึงทำให้มีผลบังคับใช้เรียบร้อยแล้วหนึ่งวันภายหลังจากลงในราชกิจจานุเบกษา ดังนั้นรัฐบาลจะเดินหน้าในเรื่องนี้ต่อไป

ส่วนกรอบวงเงิน 4 แสนล้านบาท จะนำไปดำเนินการในเรื่องใดบ้างนั้น นายเอกนิติ ระบุว่า เงินจะแยกเป็นสองก้อน แต่จะแบ่งเป็นก้อนละ 2 แสนล้านบาท โดยจะนำไปช่วยเยียวยาประชาชน และ ช่วยเปลี่ยนผ่านให้เขาสามารถกลับมาเข้มแข็งขึ้นหลังจากวิกฤต เสมือนยิงนกทีเดียวได้นกทั้งสองตัว จึงคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์อย่างแน่นอน เพราะทุกประเทศบอกว่า ประเทศไทยมีความเสี่ยงในเรื่องของวิกฤตพลังงาน เนื่องจากเรายังไม่ทราบว่าสงครามจะจบเมื่อใด แต่ด้วยประเทศไทยจะต้องนำเข้าพลังงาน และพึ่งพาพลังงานจากต่างประเทศสูง ด้วยเหตุนี้จึงมีความจำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนผ่านและลดผลทระทบ เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนเกิดความเดือดร้อน


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ