ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดปี 62 นทท.จีนเที่ยวไทยยังโตต่อเนื่อง 2.5-4.3% จากปีก่อน ทั้งปีเฉียด 11 ล้านคน

ข่าวเศรษฐกิจ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562 17:29 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า ในปี 2562 นักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยน่าจะมีประมาณ 10.80-10.99 ล้านคน เติบโตประมาณ 2.5%-4.3% จากปี 2561 (สาเหตุของอัตราการเพิ่มขึ้นที่ชะลอลง ส่วนหนึ่งเป็นผลจากฐานของนักท่องเที่ยวจีนที่มีขนาดใหญ่ขึ้น) สำหรับการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทย คาดว่าจะมีมูลค่าประมาณ 5.98-6.09 แสนล้านบาท ขยายตัวประมาณ 3.0%-5.0% จากปี 2561 ในช่วงท้ายปี 2561 การเร่งทำตลาดเพื่อฟื้นคืนความเชื่อมั่นของตลาดนักท่องเที่ยวจีนของหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ประกอบกับการออกมาตรการลดหย่อนค่าธรรมเนียม Visa On Arrivals ครอบคลุม 21 ประเทศรวมถึงประเทศจีน (เริ่มธันวาคม 2561 และขยายเวลาถึงสิ้นเดือนเมษายน 2562) เป็นปัจจัยที่สนับสนุนให้ตลาดนักท่องเที่ยวจีนทยอยฟื้นตัวกลับมาได้อย่างรวดเร็ว เห็นได้จากการพลิกกลับมาเป็นบวกเป็นครั้งแรกในรอบ 5 เดือนของจำนวนนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยในเดือนธันวาคม 2561

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดปี 62 นทท.จีนเที่ยวไทยยังโตต่อเนื่อง 2.5-4.3% จากปีก่อน ทั้งปีเฉียด 11 ล้านคน

ขณะที่ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่าในช่วงเทศกาลตรุษจีนปี 2562 นี้ จะมีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้ามาเที่ยวในไทย ประมาณ 325,000 คน ใกล้เคียงกับในปีก่อน ซึ่งนับว่าเป็นสัญญาณที่ดีต่อทิศทางตลาดนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยในปี 2562 นี้ (ผลสำรวจของ Ctrip พบว่า นักท่องเที่ยวจีนยังเลือกประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางอันดับต้น ๆ ของการท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลตรุษจีนปีนี้)

อย่างไรก็ตาม เมื่อมองภาพตลาดในช่วงข้างหน้า ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ยังมีมุมมองที่ระมัดระวังต่อแนวโน้มตลาดนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทย โดยประเมินว่า การขยายตัวเป็นบวกที่ต่อเนื่องของจำนวนนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทย คงจะเกิดขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2562 ขณะที่ในช่วงครึ่งปีแรก ภาพการเติบโตจะเผชิญความท้าทายจากผลของฐานเปรียบเทียบในช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่นักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยมีจำนวนเฉลี่ยเกือบ 1 ล้านคนต่อเดือน

เป็นที่สังเกตว่า การเดินทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวจีนไปต่างประเทศ เริ่มมีสัญญาณอ่อนแรงลงในช่วงครึ่งหลังของปี 2561 ซึ่งสะท้อนไปในทิศทางเดียวกับเครื่องชี้เศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัวลง ในขณะที่เศรษฐกิจจีนปี 2562 ยังมีแนวโน้มเติบโตชะลอลงต่อเนื่อง สะท้อนได้จากการที่รัฐบาลท้องถิ่นจีน 12 จังหวัดจาก 31 จังหวัด ได้ปรับลดประมาณการการเติบโตของเศรษฐกิจในปี 2562 ท่ามกลางหลากหลายปัจจัยลบ ไม่ว่าจะเป็นผลจากประเด็นข้อพิพาทการค้ากับสหรัฐฯ ปัญหาในภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ปัญหาหนี้ที่อยู่ในระดับสูง และความผันผวนของตลาดเงินตลาดทุน ที่อาจสร้างแรงกดดันต่อสถานการณ์ความมั่งคั่งหรือกำลังซื้อของชาวจีน

ทั้งนี้ ภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว อาจส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวจีนกลุ่มที่มีความอ่อนไหวต่อภาวะเศรษฐกิจ ด้วยการใช้จ่ายระหว่างการเดินทางท่องเที่ยวที่ลดลง และเป็นความท้าทายสำหรับธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว

นอกจากนี้ แม้ว่าบรรยากาศโดยรวมและความเชื่อมั่นของตลาดจะทยอยปรับตัวดีขึ้นตามลำดับจากความร่วมมือของทุกฝ่าย อีกทั้งไทยยังนับว่าเป็นจุดหมายปลายทางอันดับต้น ๆ ที่นักท่องเที่ยวจีนเลือกในการเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศ แต่ก็ต้องยอมรับว่า ยังมีปัจจัยท้าทายอีกหลายประการที่อาจกระทบต่อแนวโน้มตลาดนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยในระยะถัดไป ที่สำคัญคือ ประเด็นกำลังซื้อของนักท่องเที่ยวจีน โดยเฉพาะกลุ่มที่อ่อนไหวต่อภาวะเศรษฐกิจในประเทศ สถานการณ์การแข่งขันกันดึงดูดนักท่องเที่ยวจีนไปยังประเทศต่าง ๆ และความหลากหลายของพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวจีนในยุคดิจิทัล

ปัจจุบันการทำตลาดนักท่องเที่ยวจีนไม่ง่ายเหมือนที่ผ่านมา ซึ่งนอกเหนือจากปัจจัยด้านการแข่งขันแล้ว ปัจจัยสำคัญ คือ นักท่องเที่ยวจีนมีความหลายหลายมากขึ้น ทั้งพฤติกรรมความชอบ ความแตกต่างระหว่างกลุ่มช่วงอายุ (Generation) และสถานะทางสังคมของนักท่องเที่ยวจีน อีกทั้งด้วยเทคโนโลยียุคดิจิทัลที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว ทำให้การตัดสินใจเลือกจุดหมายปลายทางใหม่ ๆ ที่หลากหลาย ทำได้ง่าย และไม่จำเป็นต้องใช้เวลาในการวางแผนมากนัก

ขณะที่เทรนด์นักท่องเที่ยวจีน แสวงหาการท่องเที่ยวในรูปแบบที่เป็นอิสระมากขึ้น มีการใช้เทคโนโลยีผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่สมาร์ทโฟนในการจัดการการท่องเที่ยวที่สามารถสร้างสรรค์ประสบการณ์การมีส่วนร่วมในการสัมผัสกับวิถีชีวิต วัฒนธรรมและเอกลักษณ์ของประเทศนั้นๆ (Chinese Tourist 2.0) โดยนักท่องเที่ยวจีนกลุ่มคนรุ่นใหม่ ยอมจ่ายเงินเพื่อคุณภาพของการท่องเที่ยว นอกจากนี้ ประเด็นเรื่องสภาพแวดล้อมอย่างภูมิอากาศ เหตุการณ์ภัยพิบัติ ความขัดแย้งระหว่างประเทศ ก็เข้ามามีอิทธิพลต่อการเลือกเดินทางท่องเที่ยวเช่นกัน ส่งผลให้การทำตลาดนักท่องเที่ยวจีนมีความซับซ้อนมากขึ้น

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จึงมองว่า ราคาไม่ใช่ปัจจัยสำคัญที่มีน้ำหนักต่อการตัดสินใจของนักท่องเที่ยวจีนเพียงปัจจัยเดียว แต่นักท่องเที่ยวจีนมีแนวโน้มให้ความสำคัญมากขึ้นต่อประเด็นผลิตภัณฑ์ และคุณภาพของแหล่งท่องเที่ยว รวมทั้งการบริการต่างๆ ซึ่งสามารถตอบสนองการสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ดีได้อย่างครบครัน

แน่นอนว่า การออกแบบผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวและการทำตลาดนักท่องเที่ยวจีน ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวและที่เกี่ยวเนื่องยังคงต้องเน้นประเด็นด้านคุณภาพ โดยเฉพาะการชูจุดแข็งของแหล่งท่องเที่ยวและบริการที่น่าประทับใจและปลอดภัย ควบคู่กับราคาที่คุ้มค่าและแข่งขันได้ เพื่อตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายนักท่องเที่ยวจีนที่หลากหลาย ซึ่งในอนาคตการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวจีนคงมีแนวโน้มให้น้ำหนักมากขึ้นต่อสินค้าและบริการที่เฉพาะเจาะจง และหาไม่ได้ง่ายนักในยุคที่กระแสธุรกิจอีคอมเมิร์ซเติบโตและก้าวไกล


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ