(เพิ่มเติม) ภาวะตลาดเงินบาท: เปิด 31.86 แข็งค่าเล็กน้อยจากวานนี้หลังดอลล์อ่อน จับตาศาลรธน.ตัดสินคดียุบพรรคไทยรักษาชาติบ่ายนี้-การประชุม ECB

ข่าวเศรษฐกิจ 7 มีนาคม พ.ศ. 2562 14:32 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้ที่ระดับ 31.86 บาท/ดอลลาร์ จากเย็นวานนี้ที่ ปิดตลาดที่ 31.89 บาท/ดอลลาร์

"บาทแข็งค่าเล็กน้อยเกาะกลุ่มภูมิภาค เมื่อคืนดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบยูโรและเยน หลังตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนออก มาต่ำกว่าคาด บอนด์ยีลด์สหรัฐก็ปรับตัวลดลง มีแรงซื้อดอลลาร์กลับเข้ามาบ้าง" นักบริหารเงิน กล่าว

สำหรับวันนี้ให้กรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทไว้ระหว่าง 31.75-31.90 บาท/ดอลลาร์ จับตาปัจจัยภายในและภาย นอก คือ ศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจัยคดียุบพรรคไทยรักษาชาติ และการประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB)

THAI BAHT FIX 6M (6 มี.ค.) อยู่ที่ระดับ 1.77914%

SPOT ล่าสุดอยู่ที่ระดับ 31.8800 บาท/ดอลลาร์

  • ปัจจัยสำคัญ
  • เงินเยนอยู่ที่ 111.62 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวานนี้ที่อยู่ที่ 111.87 เยน/ดอลลาร์
  • เงินยูโรอยู่ที่ 1.1311 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวานนี้ที่อยู่ที่ 1.1300 ดอลลาร์/ยูโร
  • อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของธปท.อยู่ที่ระดับ 31.830 บาท/ดอลลาร์
  • คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประกอบด้วย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) สภาหอ
การค้าแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย ได้มอบให้ฝ่ายเลขาธิการ 3 สถาบัน รวบรวมข้อมูลด้านเศรษฐกิจของแต่ละหน่วยงานนำมา
ระดมความคิดเห็นและรวบรวมเป็นข้อเสนอในนาม กกร. เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่จะมีทั้งด้านการค้า การลงทุน การบริโภค ยื่นเสนอให้
รัฐบาลใหม่ให้เดินไปข้างหน้าอย่างมีเสถียรภาพคาดว่าจะสรุปภายในเดือน พ.ค.นี้
  • สศค.เตรียมเสนอ รมว.คลัง เลื่อนใช้ IFRS9 กับแบงก์รัฐออกไป 5 ปี หลังพบหลายแบงก์ยังขาดความพร้อม
  • สภาการเดินทางและการท่องเที่ยวโลก (ดับเบิ้ลยูทีทีซี) เปิดเผยรายงานผลต่อเศรษฐกิจจากการท่องเที่ยวและการเดิน
ทาง พบว่า ไทยติดกลุ่มประเทศที่การท่องเที่ยวเติบโตเร็วที่สุดในโลก ขยายตัว 6% เมื่อปี 2561 และติดอันดับ 4 จาก 185 ประเทศทั่ว
โลก
  • องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ประกาศปรับลดตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจ
โลกในปีนี้ และปีหน้า สู่ระดับ 3.3% และ 3.4% ตามลำดับ โดยได้รับผลกระทบจากการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน และความ
ไม่แน่นอนจากกรณีการแยกตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (Brexit)
  • ออโตเมติก ดาต้า โพรเซสซิ่ง อิงค์ (ADP) และมูดี้ส์ อนาลิติกส์ เปิดเผยว่า การจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐเพิ่มขึ้น
183,000 ตำแหน่งในเดือนก.พ. น้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 185,000 ตำแหน่ง
  • กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า สหรัฐขาดดุลการค้า 6.210 แสนล้านดอลลาร์ในปีที่แล้ว ซึ่งเป็นตัวเลขขาดดุลการค้าสูง
ที่สุดนับตั้งแต่ปี 2551 โดยจีนนับเป็นประเทศคู่ค้าที่สหรัฐขาดดุลการค้ามากที่สุด ตามมาด้วยเม็กซิโก, เยอรมนี และญี่ปุ่น
  • ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เปิดเผยรายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจทั้ง 12 เขต หรือ "Beige Book" เมื่อวานนี้ โดยระบุ
ว่า เศรษฐกิจใน 10 เขตจากทั้งหมด 12 เขตนั้น มีการขยายตัวเล็กน้อยถึงปานกลางในช่วงปลายเดือนม.ค.จนถึงก.พ.ปีนี้ นอกจากนี้
ราวครึ่งหนึ่งของเขตต่างๆที่ได้รับการสำรวจนั้น ระบุว่า การที่หน่วยงานของรัฐบาลปิดทำการชั่วคราวเนื่องจากขาดแคลนงบประมาณ (ชัต
ดาวน์) ในช่วงปลายเดือนธ.ค. 2561 จนถึงเดือนม.ค. 2562 นั้น ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจชะลอตัวลงในบางภาคส่วน ซึ่งรวมถึง
ธุรกิจค้าปลีก อุตสาหกรรมรถยนต์ ธุรกิจการท่องเที่ยว อสังหาริมทรัพย์ ภัตตาคาร อุตสาหกรรมการผลิต และการบริการ
  • ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินเยนและยูโร ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (6 มี.
ค.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐ หลังจากตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนของสหรัฐขยายตัวต่ำกว่าคาดในเดือน
ก.พ. ขณะที่รายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ หรือ "Beige Book" ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ระบุว่า ปัญหาชัตดาวน์ส่งผลให้กิจกรรม
ทางเศรษฐกิจชะลอตัวลง
  • สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดดีดตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ (6 มี.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย
หลังจากตลาดหุ้นสหรัฐร่วงลงติดต่อกัน 3 วันทำการ นอกจากนี้ การอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ยังเพิ่มความน่าดึงดูดให้กับทองคำเช่นกัน
  • นักลงทุนยังรอความชัดเจนเกี่ยวกับการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน โดยรายงานล่าสุดระบุว่า ประธานาธิบดีโดนัล
ด์ ทรัมป์ กำลังพยายามอย่างหนักเพื่อให้สหรัฐและจีนสามารถบรรลุข้อตกลงทางการค้า เนื่องจากเขาหวังว่า การบรรลุข้อตกลงดังกล่าวจะ
ส่งผลให้ตลาดหุ้นทะยานขึ้น ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่ 2 ของเขาในปีหน้า
  • นักลงทุนจับตาตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐในวันพรุ่งนี้ ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า กระทรวงแรงงานสหรัฐ
จะรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 180,000 ตำแหน่งในเดือนก.พ. และคาดว่าอัตราการว่างงานจะลดลงสู่ระดับ
3.9%

เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ