ข่าวอินโฟเควสท์
22:58 ราคาทองฟิวเจอร์ร่วงหลุดนิวไฮ 6 ปี เหตุดอลล์แข็ง,ผิดหวังเฟดไม่ส่งสัญญาณลดดบ.   ราคาทองฟิวเจอร์ย่อตัวลงในวันนี้ หลังพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 6 ปีว…
22:43 รัสเซียเสนอตัวพร้อมเป็นกาวใจกล่อมสหรัฐ VS อิหร่านเปิดโต๊ะเจรจาคลี่คลายความขัดแย้ง   นายเซอร์เก ลาฟรอฟ รมว.ต่างประเทศรัสเซีย กล่าวว่า รัสเซียพร้…
22:13 ราคาน้ำมัน WTI พุ่งกว่า 3% จ่อแตะ 60 ดอลลาร์ หลังสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐลดลงมากกว่าคาด   สัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้า WTI พุ่งขึ้นกว่า 3% ใกล้แตะ 60 ดอลล…
22:03 EIA เผยสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐดิ่งลงมากกว่าคาดในสัปดาห์ที่แล้ว   สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหร…
21:26 ดาวโจนส์ดีดตัว เก็ง"ทรัมป์-สี จิ้นผิง"ปิดดีลการค้าในเวที G20 เสาร์นี้   ดัชนีดาวโจนส์ดีดตัวขึ้นในวันนี้ จากการคาดการณ์ที่ว่า สหรัฐและจีนใกล้บรร…

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คง GDP ปีนี้ 3.7% รอประเมินความเสี่ยงทั้งใน-ตปท. ชี้หากยืดเยื้ออาจกดดันศก.ไทยในภาพรวม

ข่าวเศรษฐกิจ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- อังคารที่ 21 พฤษภาคม 2562 16:39:34 น.

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ยังคงประมาณการการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในปี 2562 ไว้ที่ 3.7% เพื่อรอประเมินปัจจัยความไม่แน่นอนทั้งจากภายนอกและภายในประเทศ ซึ่งหากสถานการณ์ลากยาวออกไป จะส่งผลกระทบให้ GDP ทั้งปี 2562 ขยายตัวโน้มเข้าสู่กรอบล่างของประมาณการที่ 3.2-3.9%

สำหรับเศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลัง 2562 ยังมีความไม่แน่นอนอยู่หลายประการ จากประเด็นเรื่องสงครามการค้า และปัจจัยการเมืองในประเทศ กล่าวคือ ประเด็นสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ยังมีความเสี่ยงที่จะมีมาตรการกีดกันทางการค้าระหว่างกันเพิ่มเติมจากปัจจุบัน ซึ่งยังต้องติดตามผลการเจรจาระหว่างนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ที่คาดว่าจะมีการพบปะพูดคุยกันในช่วงการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ (G20) ที่จะมีขึ้นในวันที่ 28-29 มิ.ย. 2562

อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์ไม่คลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น จะมีผลต่อบรรยากาศการค้าโลก ตลอดจนภาพรวมการส่งออกทั้งปีของไทย ให้ขยายตัวได้ต่ำกว่าที่ประเมินไว้ระดับปัจจุบันที่ 3.2% (กรอบประมาณการ 2.5-3.5%)

ในขณะที่ปัจจัยการเมืองในประเทศ ยังต้องติดตามการจัดตั้งรัฐบาล คำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี ตลอดจนการผลักดันงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ซึ่งจะมีผลต่อความเชื่อมั่นต่อภาพรวมเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป หากกระบวนการจัดตั้งรัฐบาลแล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายน จะมีรัฐบาลใหม่เข้ามาบริหารประเทศ ซึ่งรัฐบาลชุดใหม่จะต้องแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภา ซึ่งเป็นที่คาดว่ารัฐบาลชุดใหม่จะเร่งผลักดันมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ในขณะเดียวกันก็เร่งกระบวนการงบประมาณประจำปี 2563 เพื่อให้มีเม็ดเงินงบประมาณที่จะใช้จ่ายได้อย่างต่อเนื่อง อันน่าจะเป็นภาพเชิงบวกต่อทิศทางเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีหลัง

ส่วนเศรษฐกิจไทยไตรมาสที่ 1 ปี 2562 ชะลอตัวลงต่ำสุดในรอบ 17 ไตรมาส นับตั้งแต่ปี 2558 ที่ 2.8% ต่อปี ต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 3.2% ปัจจัยภายนอกส่งผลต่อการชะลอตัวลงของกิจกรรมทางเศรษฐกิจในภาคการผลิตเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะภาคการผลิตอุตสาหกรรม (Manufacturing) ชะลอลงอย่างมากตามการหดตัวของการส่งออก ในขณะที่การชะลอตัวลงของภาคการท่องเที่ยวส่งผลต่อธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องทั้งโรงแรม ที่พักอาศัย ร้านอาหาร และค้าปลีกค้าส่งให้ชะลอตัวลงเช่นกัน

ในขณะที่การใช้จ่ายในประเทศจากภาคเอกชน ยังเป็นตัวหนุนเศรษฐกิจไทยให้ขยายตัวเป็นบวก จากการใช้จ่ายภาคครัวเรือนยังขยายตัวได้ดีต่อเนื่อง ตามยอดจำหน่ายรถยนต์ที่ยังขยายตัวในอัตราที่สูง ในขณะที่กิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการเลือกตั้งทั่วไปในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ช่วยหนุนการใช้จ่ายภาคเอกชนให้เพิ่มขึ้นตาม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง