กกพ.-กฟน.-กฟภ. พร้อมเปิดรับยื่น"โซลาร์ภาคประชาชน" 24 พ.ค. นี้ อัตรารับซื้อ 1.68 บาท/หน่วย นาน 10 ปี

ข่าวเศรษฐกิจ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 14:03 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

กกพ.-กฟน.-กฟภ. พร้อมเปิดรับยื่น

นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รมว.พลังงาน เปิดเผยว่า ภายใต้ความร่วมมือระหว่างสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ในการรับสมัครประชาชนผู้สนใจที่จะเข้าร่วม โครงการ "โซลาร์ภาคประชาชน" ขณะนี้มีความพร้อมเต็มที่ ในการอำนวยความสะดวกผ่านช่องทางเว็บไซต์ของ กฟน. และ กฟภ. โดยได้เน้นย้ำเรื่องความรวดเร็ว และความโปร่งใสในการพิจารณาตามหลักเกณฑ์ที่ได้ประกาศเป็นการทั่วไปก่อนหน้านี้ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

"เราคาดว่า โครงการโซลาร์ภาคประชาชน จะได้รับความสนใจจากประชาชนค่อนข้างมาก ผมจึงได้เข้ามาร่วมประชุมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อซักซ้อมการเตรียมความพร้อมในกระบวนการรับยื่น และให้นโยบายว่า ในการพิจารณาที่ต้องอำนวยความสะดวก และรวดเร็ว โปร่งใสอย่างเต็มที่" นายศิริ กล่าว

ภายหลังจากที่ คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ได้ออกประกาศหลักเกณฑ์และคุณสมบัติของผู้ที่มีสิทธิในการยื่นเข้า โครงการ "โซลาร์ภาคประชาชน" ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 และได้เผยแพร่สู่สาธารณชนแล้วนั้น โดยมุ่งเน้นสนับสนุนให้ประชาชนผู้ใช้พลังงาน ประเภทครัวเรือนขนาดเล็กได้ผลิตไฟฟ้าด้วยเทคโนโลยี การผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคา (โซลาร์รูฟท๊อป) เพื่อใช้เอง และนำส่วนเกินที่เหลือจากการใช้ ไปขายต่อให้กับการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่าย (การไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค) โดยมีกำลังผลิตติดตั้งครัวเรือนละไม่เกิน 10 กิโลวัตต์ (kWp) กำหนดอัตราราคารับซื้อไฟฟ้า ที่ 1.68 บาทต่อหน่วย โดยมีระยะเวลารับซื้อไฟฟ้ารวม 10 ปี

นายเสมอใจ ศุขสุเมฆ ประธานกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยว่า ภายหลังที่ กกพ. ได้ออกระเบียบ ว่าด้วยการจัดหาไฟฟ้าโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคาสำหรับภาคประชาชน พ.ศ. 2562 พบว่า มีประชาชนเข้ามาสอบถามข้อมูลเป็นจำนวนมาก ซึ่งได้มอบหมาย และเน้นย้ำให้ สำนักงาน กกพ. ได้ดำเนินจัดทำช่องทางการสื่อสารความรู้ ตลอดจนการให้คำแนะนำสำหรับผู้ที่สนใจมาอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นการให้องค์ความรู้ ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เพื่อประกอบการพิจารณาตัดสินใจ และให้เกิดประสิทธิภาพ ความคุ้มค่า และเกิดผลประโยชน์จากการลงทุนให้ได้มากที่สุด

"ผมเองเห็นว่า มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ประชาชนผู้ที่สนใจควรศึกษาข้อมูลที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียดถี่ถ้วน โดยเฉพาะผลประโยชน์ที่จะได้รับ คำนึงถึงความคุ้มทุนที่จะเกิดขึ้น โดยเฉพาะดูจากพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าของครัวเรือนเป็นหลัก อยากให้มีการเปรียบเทียบกับปริมาณความต้องการและช่วงเวลาในการใช้ไฟฟ้าในบ้านของตนเองก่อน เช่น หากมีปริมาณการใช้ไฟฟ้าช่วงกลางวันมากอยู่แล้ว ระยะเวลาในการคุ้มทุนย่อมเร็วกว่า กล่าวคือ เน้น ผลิตเองใช้เอง ก็เหมือนไม่ต้องซื้อไฟฟ้าได้ประหยัดค่าไฟไปประมาณ 3.80 บาทต่อหน่วย เหลือถึงขายไฟฟ้าในอัตราไม่เกิน 1.68 บาทต่อหน่วย อายุสัญญาซื้อขายไฟฟ้า 10 ปี" นายเสมอใจ กล่าว

นางสาวนฤภัทร อมรโฆษิต เลขาธิการสำนักงาน กกพ. เปิดเผยว่า สำหรับการเปิดรับสมัครประชาชนผู้สนใจ เพื่อยื่นขอขายไฟฟ้า จะเป็นการยื่นผ่านระบบออนไลน์ในช่องทางเว็บไซต์ ของ กฟน. ที่ https://spv.mea.or.th และ เว็บไซต์ของ กฟภ. ที่ https://ppim.pea.co.th ซึ่งได้มีออกแบบมาเป็นช่องทางเฉพาะเพื่อรองรับการอำนวยความสะดวกและรวดเร็วให้กับประชาชนผู้สนใจที่จะเข้ามาสมัคร

โดยจะเปิดรับยื่นความจำนงค์ได้ตั้งแต่วันที่ 24 พฤษภาคม 2562 เป็นต้นไป และหมดเขตรับลงทะเบียนภายในปี 2562 โดยการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่าย จะทยอยประกาศรายชื่อผู้ที่ผ่านการพิจารณา ทางเว็บไซต์ของการไฟฟ้า รวมทั้งส่งผลให้ผู้สมัครได้รับทราบทางอีเมลที่ได้แจ้งไว้ ตั้งแต่เดือน มิถุนายน 2562 เป็นต้นไป และลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้าต่อไป

"ในปี 2562 โครงการ "โซลาร์ภาคประชาชน" ได้กำหนดเป้าหมายปริมาณรับซื้อรวม 100 เมกะวัตต์ แบ่งพื้นที่ดำเนินการออกเป็น การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) จำนวน 30 เมกะวัตต์ และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) จำนวน 70 เมกะวัตต์ โดย กฟน. ประกอบด้วย 3 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ สำหรับพื้นที่ดำเนินการของ กฟภ. ประกอบด้วย 74 จังหวัด ที่อยู่นอกเหนือจากพื้นที่ดำเนินการของ กฟน." นางสาวนฤภัทร กล่าว

เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ