องค์กรวิจัยเอกชนสหรัฐเตือนเอเชียเผชิญฟองสบู่ด้านสินทรัพย์หลังรบ.ทั่วโลกแห่ใช้มาตรการกระตุ้นศก.

ข่าวต่างประเทศ Friday September 11, 2009 12:37 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

เกล ฟอสเลอร์ ประธานสำนักงานคอนเฟอเรนซ์บอร์ด ซึ่งเป็นองค์กรวิจัยเอกชนของสหรัฐ เตือนว่า เศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียกำลังเผชิญกับภาวะฟองสบู่ด้านสินทรัพย์ ซึ่งเป็นผลมาจากการที่รัฐบาลทั่วโลกทุ่มงบประมาณฟื้นฟูเพื่อปกป้องเศรษฐกิจจากภาวะถดถอย

"รัฐบาลทั่วโลกจำเป็นจะต้องระมัดระวังเรื่องการอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจภายในประเทศ เพราะเม็ดเงินที่สะพัดทำให้นักลงทุนทุ่มซื้อสินทรัพย์จำพวกอสังหาริมทรัพย์ในตลาดเกิดใหม่จำนวนมาก นอกจากนี้ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจยังทำให้ซัพพลายเงินสดในระบบสูงขึ้นและการขยายตัวของสินค้าก็เพิ่มขึ้น ซึ่งทำให้เกิดความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะฟองสบู่ในเอเชีย โดยเฉพาะกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่" ฟอสเลอร์กล่าวในการประชุมที่สิงคโปร์วันนี้

ฟอสเลอร์ยังกล่าวด้วยว่า เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มขยายตัวน้อยกว่าในช่วงที่ผ่านมา และความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจจีนจะเป็นกำลังสำคัญที่ช่วยให้เศรษฐกิจในเอเชียขยายตัวได้ดีกว่าในสหรัฐ

การแสดงความคิดเห็นของฟอสเลอร์สวนทางกับเกาหลีใต้และออสเตรเลียที่ได้แสดงความเห็นไว้ก่อนหน้านี้ว่า รัฐบาลทั่วโลกยังไม่ควรยกเลิการใช้นโยบายระบบการเงินและการคลัง เพราะการทำเช่นนี้อาจเป็นการขัดขวางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ขณะที่หลายประเทศกำลังอภิปรายกันอย่างเข้มข้นว่ามาตรการดังกล่าวอาจก่อให้เกิดภาวะฟองสบู่ด้านสินทรัพย์

รัฐบาลทั่วโลกใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรวมกว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์ และได้พร้อมใจกันลดอัตราดอกเบี้ย ซึ่งช่วยให้เศรษฐกิจโลกฟื้นตัวขึ้นจากภาวะถดถอยรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 นอกจากนี้ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจยังช่วยหนุนมูลค่าในตลาดหุ้นทั่วโลกขึ้นราว 15 ล้านล้านดอลลาร์ ขณะที่ภาวะตึงตัวในตลาดสินเชื่อก็คลี่คลายลง ซึ่งทำให้นักลงทุนมีความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มเศรษฐกิจมากขึ้น บลูมเบิร์กรายงาน


แท็ก เอเชีย   สหรัฐ  

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ