E-W1 ปิดเทรดวันแรกที่ 0.78 บาท เพิ่มขึ้น 0.68 บาท(+680%)จากราคาเสนอขายที่ 0.10 บาท/หน่วย มูลค่าซื้อขายทั้งสิ้น 139.97 ล้านบาท โดยเปิดตลาดที่ 0.90 บาท ราคาปรับตัวขึ้นสูงสุด 0.95 บาท และราคาปรับตัวลงต่ำสุด 0.75 บาท
ขณะที่หุ้น E ปิดที่ 1.83 บาท ลดลง 0.08 บาท(-4.19%)มูลค่าซื้อขาย 33.22 ล้านบาท โดยเปิดตลาดที่ 1.89 บาท ราคาปรับตัวขึ้นสูงสุดที่ 1.93 บาท และราคาปรับตัวลงต่ำสุดที่ 1.83 บาท
บล.ทิสโก้ ระบุในบทวิเคราะห์ฯว่า บมจ.เอฟโวลูชั่น แคปปิตอล(E)เดิมบริษัทเป็นผู้จัดหาและพัฒนาข้อมูลเพื่อให้บริการเสริมกับผู้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ แต่ปัจจุบันเบนเข็มเข้าสู่ธุรกิจให้บริการที่ปรึกษาการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โดยเน้นธุรกิจโรงแรมและที่อยู่อาศัยเป็นหลัก ซึ่งน่าจะต้องใช้เวลาในการพิสูจน์ถึงความสำเร็จดังกล่าว
ถึงแม้บริษัทจะรายงานกำไรสุทธิ 74 ล้านบาทใน 9M53 แต่หลัก ๆ เป็นเพราะมีกำไรพิเศษจากการปรับโครงสร้างในบริษัทย่อยจำนวน 144 ล้านบาทรวมอยู่ด้วย ดังนั้น แนวโน้มผลการดำเนินงานในอนาคตยังมีความไม่แน่นอนสูง
อนึ่ง เมื่อปลายเดือน ต.ค.53 บริษัทเพิ่งเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนให้แก่บุคคลเฉพาะเจาะจง 3 ราย ที่ราคาหุ้นละ 1 บาท รวมจำนวน 65.83 ล้านหุ้น คือ 1) นายเอกยุทธ อัญชันบุตร จำนวน 30 ล้านหุ้น 2) นายไพฑูรย์ เตชดนัย จำนวน 20 ล้านหุ้น และ 3) นางสาวธัญวัลย์ จารุมนต์ ที่เหลือทั้งหมด
ด้วยอายุที่ออกนานถึง 10 ปี และราคาหุ้นแม่ที่มีค่าความผันผวนสูง(56% ต่อปี)ส่งผลให้มูลค่าที่เหมาะ E-W1 ตาม Black-Scholes Model ณ ราคาปิดหุ้นแม่(19 ม.ค.)ที่ 1.91 บาท ได้ค่อนข้างสูงที่ 1.13 บาท/หน่วย คิดเป็น All-in Premium 37.6% สำหรับต้นทุนของผู้ถือ E-W1 อยู่ที่ประมาณ 0.98 บาท/หน่วย(มาจากราคาหุ้นแม่ก่อนขึ้นเครื่องหมาย XW หักด้วยราคาหุ้นแม่หลังขึ้นเครื่องหมาย XW แล้วคูณด้วย 2 เนื่องจากเป็นการให้สิทธิ XW 2:1 และบวกด้วยราคาเสนอขายที่หน่วยละ 10 สตางค์ ( [2.60-2.16] * 2 + 0.10 )
E-W1 มีจำนวน 347 ล้านหน่วย จัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมในอัตรา 2 หุ้นสามัญต่อ 1 ใบสำคัญแสดงสิทธิ ราคาเสนอขาย 0.10 บาท/หน่วย โดยอัตราการใช้สิทธิ 1 ใบสำคัญแสดงสิทธิ ต่อ 1 หุ้นสามัญใหม่ ราคาการใช้สิทธิ 1.50 บาทต่อหุ้น อายุ 10 ปี กำหนดวันใช้สิทธิครั้งแรก 31 มี.ค.54 และวันใช้สิทธิครั้งสุดท้าย 22 ธ.ค.63