เมื่อเวลา 09.59 น. SCC พุ่ง 5.26% เพิ่มขึ้น 12.00 บาท มาที่ 240.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,357.15 ล้านบาท จากราคาเปิด 234.00 บาท ราคาสูงสุดที่ 240.00 บาท และราคาต่ำสุด 234.00 บาท
บล.ดาโอ (ประเทศไทย) ระบุว่า บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย [SCC] รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1/69 ที่ 6.2 พันล้านบาท เทียบกับ 1.1 พันล้านบาท ในไตรมาส 1/68 และ -3.7 พันล้านบาท ในไตรมาส 4/68 ซึ่งดีกว่าที่เราและตลาดคาดไว้ 15% และ 23% ตามลำดับ โดยหลักมาจากส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย (Minority Interest) ที่ต่ำกว่าคาด
1. EBITDA รวมอยู่ที่ 1.75 หมื่นล้านบาท (+36% YoY, +160% QoQ) ปรับตัวสูงขึ้นทั้ง YoY และ QoQ หลักๆ ตามกำไรของ SCGC ที่ดีขึ้นตามแนวโน้มส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี (Olefins Spread) ที่สูงขึ้น และกำไรจากสต็อกสินค้า (Stock Gain) ที่แข็งแกร่ง
2. เราคาดว่าบริษัทจะได้ประโยชน์จากแนวโน้ม Olefins Spread ที่สูงขึ้นในไตรมาส 2/69 จากภาพรวมตลาดที่ตึงตัวเนื่องจากภาวะอุปทานขัดข้อง (Supply Shortage) ซึ่งน่าจะช่วยชดเชยผลกระทบจากการหยุดดำเนินงานของโรงแครกเกอร์ของบริษัท ระยองโอเลฟินส์ จำกัด (ROC) และ LSP
3. เราเห็นถึงผลประโยชน์ร่วมกัน (Synergy) ที่เป็นไปได้จากการประกาศศึกษาความเป็นไปได้ร่วมกับ บมจ.พีทีที โกลบอล เคมิคอล [PTTGC] ในการตั้งบริษัทร่วมทุน (JV) ในธุรกิจโอเลฟินส์ (Olefins) และโพลิโอเลฟินส์ (Polyolefins) ซึ่งน่าจะมีความชัดเจนภายใน ไตรมาส 3/69
เราคงประมาณการกำไรสุทธิปี 69/70 ที่ 1.66 หมื่นล้านบาท และ 1.41 หมื่นล้านบาท ตามลำดับ เทียบกับ 1.41 หมื่นล้านบาทในปี 68 โดยมีสมมติฐานที่สำคัญ คือ ปริมาณขายรวมผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีที่สูงขึ้น Olefins Spread ที่ดีขึ้น และกำไรที่สูงขึ้นของธุรกิจบรรจุภัณฑ์ (SCGP)
ปรับคำแนะนำขึ้นเป็น "ซื้อ" จากเดิม "ถือ" ราคาเป้าหมายเดิม 250.00 บาท อิงวิธี SOTP ทั้งนี้ กำไรสุทธิไตรมาส 1/69 คิดเป็น 37.5% ของประมาณการกำไรทั้งปีของเรา