HILITE: STGT-STA พุ่งขึ้นตามทิศทางราคายางสูงขึ้น รับผลดีซูเปอร์เอลนีโญ่-คู่แข่งถุงมือมาเลเซียปิดตัว

ข่าวหุ้น-การเงิน Monday May 11, 2026 15:11 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

เมื่อเวลา 14.55 น.

STGT พุ่ง 9.35% มาที่ 11.70 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท มูลค่าซื้อขาย 237.49 ล้านบาท

STA พุ่ง 4.23% มาที่ 19.70 บาท เพิ่มึข้น 0.68 บาท มูลค่าซื้อขาย 324.39 ล้านบาท

บล.กรุงศรี ระบุว่า บมจ.ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) รายงาน กำไรปกติไตรมาส 1/69 ลดลง y-y, q-q ตามคาด แม้กำไรปกติไตรมาส 1/69 คิดเป็นเพียง 9% ของประมาณการใหม่ แต่เรามองเป็นจุดต่ำสุดของปี โดยปัจจัยหนุนสำหรับไตรมาส 2-4 ปี 69 ได้แก่ (1) คาด ASP ปรับตัวดีขึ้นตามราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น ซึ่ง STGT สามารถส่งผ่านต้นทุนไปยังลูกค้าได้มากขึ้น (2) คาด u-rate ที่ฟื้นตัวตั้งแต่ไตรมาส 1/69 ลดต้นทุนต่อหน่วย และ (3) อุปทานโลกที่ลดลงหลัง WRP Asia Pacific ผู้ผลิตถุงมือ NBR มาเลเซีย (capacity ~11,000 ล้านชิ้น/ปี) ปิดกิจการในเดือน เม.ย. 69 จากต้นทุน NBR latex ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว หนุน ASP ในระยะถัดไป

ทั้งนี้ เราปรับประมาณการกำไรปกติปี 2569-2570 เพิ่มขึ้น +60%/+45% มาอยู่ที่ 1,042 ลบ. (+50% y-y) / 1,089 ลบ. (+5% y-y) จากการปรับ (1) ASP ขึ้นเป็น 0.70 บ./ชิ้น (เดิม 0.67 บ./ชิ้น) คาด 2H26F ดีกว่าครึ่งแรก โดยยังคงปริมาณขายทั้งปีที่ 38,500 ล้านชิ้น และ (2) GPM เพิ่มขึ้นเป็น 11.5% (เดิม 8.9%) หลัง GPM 1Q26 ที่ 10.4% ดีกว่าคาดที่ 7% และเรามองว่า GPM จะปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่ไตรมาส 2/69 ตามราคาขายที่สูงขึ้น

ปรับคำแนะนำขึ้นเป็น Neutral และปรับราคาเป้าหมาย เพิ่มขึ้นเป็น THB 11.20 (เดิม Reduce, TP THB 8.40) ด้วยวิธี DCF (WACC8.1%, T-growth 1%) จากการปรับประมาณการกำไรปกติปี 2569-2570 เพิ่มขึ้น สะท้อนมุมมองที่เป็นบวกต่อ ASP และ GPM ในช่วงที่เหลือของปี โดยเราคาดราคาน้ำยางจะยังทรงตัวในระดับสูง กดดันให้ผู้ผลิตที่มีโครงสร้างต้นทุนสูงทยอยออกจากตลาด

ส่วนบมจ.ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี[STA] รายงานกำไรปกติไตรมาส 1/69 ที่ 415 ลบ. (-44%y-y, พลิกจากขาดทุนปกติ 367 ลบ. ในไตรมาส 4/68) ดีกว่าที่เราและตลาดคาดราว +30% ทั้งนี้ รายได้อยู่ที่ 26,842 ลบ. (-22%y-y, ทรงตัว q-q) ลดลง y-y จากทั้งปริมาณและราคาขายเฉลี่ยที่ลดลงในทั้งสองธุรกิจ GPM ปรับตัวขึ้นแข็งแกร่งมาอยู่ที่ 9.6%

แม้กำไรปกติไตรมาส 1/69 คิดเป็นเพียง 16% ของประมาณการปี 2569 ที่ 2,529 ลบ. แต่สะท้อนระดับราคาขายที่ยังต่ำในไตรมาส 1/69 โดยคาดว่าราคาขายเฉลี่ยจะทยอยปรับขึ้นต่อเนื่องในไตรมาส 2-4 ปี 69 ตามทิศทาง SICOM TSR20 ที่เร่งตัวขึ้นมาอยู่ที่ 212 cents/kg (เฉลี่ย 2Q26 QTD ณ 8 พ.ค. 26) เพิ่มขึ้น +27%y-y, +11%q-q ทำให้ผลประกอบการ 2H26F มีโอกาสเติบโตได้ชัดเจนกว่าครึ่งแรก เราคาดราคายางเฉลี่ยปี 2026F ที่ 200 cents/kg (+13%y-y) แม้หากปัญหาตะวันออกกลางคลี่คลายและราคาน้ำมันปรับลดลง แต่ปัจจัยหนุนราคายางจาก (1) แนวโน้ม Super El Nino ใน 2H26 กดดันผลผลิตยางต่อเนื่องไปยังปี 2027F และ (2) พื้นที่ปลูกยางไทยและอินโดนีเซียที่ลดลงต่อเนื่องจากการที่เกษตรกรเปลี่ยนไปปลูกปาล์มน้ามันที่ได้ผลตอบแทนสูงกว่า

แนะนำ Neutral TP 20.00 บ. (จาก Under review) อิง SOTP (ยางธรรมชาติ 9.4 บ.+ ถุงมือยาง 10.6 บ.) เรามีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มผลประกอบการ 2H26F-2027F โดยประมาณการกำไรปกติ 2569-2570 ที่ 2,529 ลบ. (พลิกจากขาดทุน) และ 2,897 ลบ. (+15%y-y) ตามลำดับ หนุนจากราคายางที่ทรงตัวในระดับสูงจากภาวะอุปทานตึงตัวเชิงโครงสร้าง อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นมาแล้วราว +40% ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาทำให้ upside ต่อราคาเป้าหมาย มีจำกัด


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ