ขณะที่ดัชนี SET อยู่ที่ 1,287.57 จุด ลดลง 5.53 จุด (-0.43%)เมื่อเวลา 11.55 น.
บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส(ประเทศไทย)ระบุในบทวิเคราะห์ฯแนะ"ซื้อ"หุ้น ธนาคารกรุงไทย(KTB)โดยให้ราคาพื้นฐาน 23 บาท คาดว่าราคาหุ้น KTB จะสามารถปรับขึ้นได้อย่างรวดเร็วเมื่อปัญหาการเมืองคลี่คลายลง
กำไรสุทธิ 4Q13 ของ KTB ดีกว่าที่เราและตลาดคาดการณ์ไว้ โดยเท่ากับ 10.0 พันล้านบาท (+640%YoY, +13%QoQ) ส่วนทั้งปี 2013 มีกำไรสุทธิเติบโตก้าวกระโดด 45%YoY เป็น 33.9 พันล้านบาท หนุนโดยรายได้ที่เพิ่มขึ้น รายได้ดอกเบี้ยสุทธิเติบโต 10%YoY และรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยขยายตัวแกร่ง 28%YoY(หลัก ๆ เป็นกำไรจากการปิดกองทุนวายุภักษ์)
สินเชื่อในปี 2014 มีแนวโน้มเติบโตชะลอตัวลงตามภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา โดยให้สมมติฐานสินเชื่อปีนี้เติบโต 7% ในด้านรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย ธนาคารยังคงเน้นการขยายรายได้ค่าธรรมเนียม โดยคาดว่าสัดส่วนรายได้ค่าธรรมเนียม/รายได้จากการดำเนินงานจะเพิ่มขึ้นเป็น 19% ในปี 2015 จาก 17% ในปี 2013
ด้านบล.ธนชาต แนะ"ซื้อ"หุ้น KTB ด้วยราคาเป้าหมายที่ 23 บาท ผลกำไร 4Q13 ของ KTB ดีกว่าคาดเนื่องจากการบันทึกกำไรของการปิดกองทุนวายุภักษ์และการตั้งสำรองที่ลดลง กำไรปี 2013 คิดเป็น 108% ของประมาณการ โดยกองทุนวายุภักษ์ถึงกำหนดปิดและ KTB บันทึกกำไรพิเศษ (one-off gain)ประมาณ 3 พันลบ.ใน 4Q13
สัดส่วนเงินสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพ(loan loss coverage)สูงกว่า 100% ทำให้ KTB ลดการตั้งสำรองพิเศษจาก 9 พันลบ. ในปี 2012 (บันทึกใน 4Q13 เป็นส่วนใหญ่) เป็น 5.6 พันลบ. ในปี 2013 ในขณะเดียวกันธนาคารมีการตั้งสำรองปกติเท่าเดิมที่ 500 ลบ. ต่อเดือน