บลจ.กรุงศรีเ สนอขายกองทุนตราสารหนี้ต่างประเทศ ชูผลตอบแทน 3.25%ต่อปี

ข่าวหุ้น-การเงิน Tuesday May 6, 2014 12:23 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายฉัตรพี ตันติเฉลิม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.กรุงศรี เปิดเผยว่า บริษัทเสนอขายกองทุนเปิดกรุงศรีตราสารหนี้ต่างประเทศ1Y17 (KFFIF1Y17) อายุประมาณ 1 ปี เสนอขาย 6-14 พ.ค.57 ลงทุนขั้นต่ำ 10,000 บาท จ่ายผลตอบแทนประมาณ 3.25% ต่อปี

กองทุนเปิดกรุงศรีตราสารหนี้ต่างประเทศ1Y17 มีนโยบายลงทุนในตราสารหนี้ต่างประเทศ เช่น เงินฝากธนาคาร Bank of China (สาธารณรัฐประชาชนจีน,สาขามาเก๊า) สัดส่วนการลงทุน 20% เงินฝากธนาคาร China Construction Bank (สาธารณรัฐประชาชาชนจีน , สาขาฮ่องกง )สัดส่วนการลงทุน 24% ตราสารหนี้ EMTN ออกโดยธนาคาร Agricultural Bank of China (สาธารณรัฐประชาชนจีน สัดส่วนการลงทุน 20% ตราสารหนี้ EMTN ออกโดยธนาคาร Bank of East Asia สาธารณรัฐประชาชาชนจีน , ฮ่องกง )สัดส่วนการลงทุน 20% และตราสารหนี้ EMTN ออกโดยธนาคาร Industrial and Commercial Bank of China Asia Ltd. (สาธารณรัฐประชาชาชนจีน , ฮ่องกง) สัดส่วนการลงทุน 16%

นักลงทุนจะได้รับผลตอบแทนจากการขายคืนหน่วยลงทุนโดยอัตโนมัติประมาณ 3.25% ต่อปี และหลังครบกำหนดอายุโครงการบริษัทจะรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติและสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนไปยังกองทุนเปิดกรุงศรีตราสารเงิน (KFCASH) ซึ่งเป็นกองทุนรวมตลาดเงิน เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ถือหน่วยลงทุนได้รับผลตอบแทนที่ดีจากการลงทุนต่อไป

“กองทุนเปิดกรุงศรีตราสารหนี้ต่างประเทศ1Y17 เป็นทางเลือกสำหรับการลงทุนในตราสารหนี้เหมาะกับนักลงทุนที่มองหาการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำและต้องการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนสูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝาก และสามารถลงทุนได้เป็นระยะเวลาประมาณ 1ปี"นายฉัตรพี กล่าว

สำหรับภาวะตลาดตราสารหนี้โลกนั้น เศรษฐกิจสหรัฐฯขยายตัวเพียงร้อยละ 0.1 ในไตรมาสแรกของปีนี้ซึ่งต่ำกว่าที่ตลาดคาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 1.1 โดยเป็นการขยายตัวต่ำสุดในรอบ 5 ปีของการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นผลจากอากาศที่หนาวเย็นส่งผลให้การบริโภคสินค้าที่ไม่จำเป็นและการลงทุนของภาคธุรกิจลดลง ทางด้านเฟดประกาศลดการซื้อพันธบัตรลงเดือนละ 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐสู่ 4.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมระบุว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัวหลังฤดูหนาวในช่วงต้นปี ด้านดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของยูโรโซนปรับตัวลดลงเล็กน้อยในเดือนเมษายน แต่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับตัวขึ้นสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือน พ.ย.50

ส่วนภาวะตลาดในประเทศ สำนักงานเศรษฐกิจการคลังคงคาดการณ์จีดีพีไว้ที่ร้อยละ 2.6 ดังเดิม โดยมีสมมุติฐานว่าปัญหาการเมืองจะได้รับการแก้ไขในช่วงครึ่งหลังของปีและคาดว่าจีดีพีในไตรมาสแรกของปีนี้หดตัว ส่วนอัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นมากที่สุดในรอบ 12 เดือนในเดือนเมษายน และเป็นการเร่งตัวขึ้นเป็นเดือนที่ 7 ติดต่อกัน โดยอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.45 และอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเพิ่มขึ้นมากกว่าที่คาดที่ร้อยละ 1.66


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ