บลจ.ซีไอเอ็มบีฯ ออกกองทุนทริกเกอร์ 3+3 รับตลาดหุ้นขาขึ้น ขาย 18-22 ส.ค.

ข่าวหุ้น-การเงิน Monday August 18, 2014 12:04 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายอุดมการ อุดมทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการพัฒนาธุรกิจ บลจ.ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล เปิดตัวกองทุนเปิดซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล 3+3 เปอร์เซ็นต์ ทริกเกอร์ (CIMB-Principal 3 Plus 3 Percent Trigger Fund) มองเศรษฐกิจไทยมีทิศทางในเชิงบวกต่อเนื่อง หลังจากมีความชัดเจนทางการเมือง โครงการภาครัฐสนับสนุนเศรษฐกิจไทยเติบโต หนุนตลาดหุ้นไทยสดใส คาดผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนปรับตัวดีขึ้น เชื่อสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับนักลงทุน ซึ่งจะเริ่มเปิดขายหน่วยลงทุนระหว่างวันที่ 18-22 สิงหาคม 2014

“ด้วยแรงสนับสนุนจากเม็ดเงินลงทุนจากนักลงทุนต่างชาติที่ไหลกลับเข้ามาลงทุน จากการมีการขายทำกำไรในสินทรัพย์เสี่ยงไปในช่วงเดือนที่ผ่านมา ทำให้เงินทุนเหล่านี้ไหลกลับเข้าลงทุนในตลาดหุ้นอีกครั้ง รวมถึงตลาดคลายความกังวลต่อการขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ที่คาดว่ายังไม่มีการปรับขึ้นภายในปีนี้ รวมถึงเศรษฐกิจสหรัฐฯ เริ่มฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ส่วนตลาดหุ้นในเอเชียต่างก็มีการประกาศตัวเลขออกมาดีกว่าคาดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนให้เราคาดว่าตลาดหุ้นไทยมีโอกาสที่จะปรับตัวดีขึ้น"

นายอุดมการ กล่าวว่า สำหรับเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีหลังยังมีทิศทางในเชิงบวกต่อเนื่อง หลังจากมีความชัดเจนทางการเมืองมากขึ้น การประกาศนโยบายต่างๆ โดยเฉพาะมาตรการที่เกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานของประเทศผ่านโครงการเมกะโปรเจคที่ดำเนินการต่อเนื่องอย่างรัดกุม การปรับเพิ่มขึ้นเงินเดือนข้าราชการ การให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับประชาชนที่มีรายได้น้อย นับเป็นมาตรการเพื่อการกระตุ้นภาคการบริโภค ซึ่งสร้างความเชื่อมั่นของนักธุรกิจต่างชาติที่ยังมองไทยเป็นฐานการผลิตในช่วงที่เศรษฐกิจโลกฟื้นตัว เราคาดว่าปัจจัยสนับสนุนต่างๆ เหล่านี้จะทำให้เศรษฐกิจไทยปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะในปี 2015 ที่คาดการณ์จะโตในระดับ 4%-5% ซึ่งมีผลต่อความเชื่อมั่นการลงทุนในตลาดหุ้นไทย

"เราคาดว่ากองทุนเปิดซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล 3+3 เปอร์เซ็นต์ ทริกเกอร์ จะสามารถสร้างผลตอบแทนได้ถึงเป้าหมายในระยะเวลาที่เหมาะสม ด้วยการบริหารการลงทุนแบบ Active Management และกลยุทธ์ Stock Selection ที่จะเน้นการคัดเลือกหุ้น โดยผู้จัดการกองทุนจะให้น้ำหนักการลงทุนในหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานและผลประกอบการดี มีแนวโน้มการเติบโตในอัตราสูง และเน้นการใช้เทคนิคเรื่องการเข้า-ออกตลาดในจังหวะที่เหมาะสม (Market Timing) เพื่อสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนตามเป้าหมาย และจุดเด่นในการทยอยคืนกำไรให้กับผู้ถือหน่วยลงทุนและปิดกองทุนโดยอัตโนมัติเมื่อสร้างผลตอบแทนได้ตามเป้าหมาย"

ทั้งนี้ กองทุนจะแบ่งการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนเป็น 2 กรณี คือ *กรณีแรกภายใน 12 เดือน หากมูลค่าหน่วยลงทุนเพิ่มขึ้นเท่ากับหรือมากกว่า 10.30 บาทต่อหน่วย (มูลค่าพาร์ 10 บาทต่อหน่วย) กองทุนจะทำการรับซื้อคืนโดยอัตโนมัติ (Auto Redemption) 0.30 บาทต่อหน่วย และกรณีที่หน่วยลงทุนเท่ากับหรือมากกว่า 10.60 บาทต่อหน่วย กองทุนจะทำการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนทั้งหมด และถือเป็นการปิดกองทุน แต่หากมูลค่าหน่วยลงทุนไม่ถึง 10.60 บาทต่อหน่วย ภายใน 12 เดือนแรกนับตั้งแต่วันจดทะเบียน บริษัทจะเปิดให้ผู้ถือหน่วยลงทุนขายคืนหน่วยลงทุนได้ และหากมูลค่าหน่วยลงทุนเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ บริษัทจะรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติทั้งหมด และถือเป็นการปิดกองทุน


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ