เปิดเช้านี้ หุ้น KC ราคาร่วง 11.50% มาอยู่ที่ 10.00 บาท ลดลง 1.30 บาท มูลค่าซื้อขาย 110.85 ล้านบาท เมื่อเวลา 9.58 น.
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.)ประกาศรายชื่อหลักทรัพย์ที่มีระดับราคาและปริมาณการซื้อขายเปลี่ยนแปลงไป มากจากช่วงก่อนหน้า และอยู่ระหว่างบริษัทชี้แจงข้อมูล (Trading Alert List)โดยหลักทรัพย์ที่เข้าเกณฑ์ Trading Alert List ประจำวันที่ 19 ม.ค. 2558 ได้แก่ บมจ.เค.ซี. พร็อพเพอร์ตี้(KC) เข้าเกณฑ์ระดับ 2 ในการห้ามคำนวณวงเงินซื้อขาย และใช้ Cash Balance มีผลตั้งแต่วันที่ 20 ม.ค. 2558 ถึงวันที่ 9 ก.พ. 2558
ก่อนหน้านี้ ตลท.ได้ขึ้น Trading Alert List หุ้น KC ครั้งแรกเมื่อวันที่ 6 ม.ค.58 และให้ใช้มาตรการระดับ 1 คือ ใช้ cash balance ตั้งแต่ 7 ม.ค.58-27 ม.ค.58
ทั้งนี้ Cash Balance หมายความว่า สมาชิกต้องดำเนินการให้ลูกค้าวางเงินสดไว้ล่วงหน้ากับสมาชิกเต็มจำนวนที่จะซื้อ หลักทรัพย์ ส่วนห้ามคำนวณวงเงินซื้อขาย หมายความว่า ห้ามการใช้หลักทรัพย์เป็นหลักประกันในการกำหนดวงเงินการซื้อขายหลัก ทรัพย์
ขณะที่หนังสือพิมพ์เช้านี้รายงานว่า จับตาการซื้อขายหุ้น KC ของผู้ถือหุ้นใหญ่เป็นเพียงแค่"มันนี่เกม"สุดท้ายดีลนี้ส่อล้ม! โดยผู้ขายไม่เสียอะไรได้เงินมัดจำคืน 50 ล้านบาท แต่ผู้ถือหุ้นใหญ่มูลค่าหุ้นเพิ่ม 600% ส่วนรายย่อย"ซวยทั้งขึ้นทั้งล่อง"ติดยอดดอยถ้วนหน้า แม้ดีลไม่ล้มราคาเทนเดอร์แค่ 2.61 บาท ส่วน ตลท.บ้อท่าตรวจสอบปั่นหุ้น
อย่างไรก็ตาม นายชาย งามอัจฉริยะกุล กรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการ KC กล่าวกับ"อินโฟเควสท์"ว่า การขายหุ้นของตนและผู้ถือหุ้นรายอื่น 514.15 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 58.76% ของจำนวนหุ้นที่ออกและเรียกชำระแล้วของบริษัทให้กับนายภัทรภพ อิทธิสัญญากร ซึ่งได้มีการลงนามสัญญาซื้อหุ้นเมื่อวันที่ 10 ม.ค.ที่ผ่านมา ยังมีการดำเนินการต่อไปจนถึงวันที่ผู้ซื้อจะเข้าทำการซื้อหุ้นจากผู้ขายภายใน 60 วัน นับจากวันลงนามสัญญาซื้อขาย หรือภายในวันที่ 9 มี.ค.58
พร้อมทั้ง ยืนยันว่าการซื้อและขายหุ้นในครั้งนี้เป็นไปตามเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์และกฏหมายที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งในขณะนี้และแนวโน้มหลังจากการขายหุ้นของผู้ถือหุ้นใหญ่แล้วยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจ
"การขายหุ้นครั้งนี้ก็ยังมีอยู่ต่อไปจนครบกำหนดเวลา 60 วันที่เราได้แจ้งไปแล้ว ยังยืนยันว่ายังไม่มีการล้มดีลนี้ตามข่าวที่ออกมา ส่วนรายละเอียดต่างๆก็เป็นไปตามที่เราได้ชี้แจงไปกับตลาดหลักทรัพย์แล้ว ในส่วนการเปลี่ยนแปลงของบริษัทในขณะนี้ก็ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรทั้งสิ้นและหลังจากนี้ก็ยังไม่มีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนแปลง อยากให้เข้าใจว่าเราก็ทำไปตามกณเกณฑ์และขั้นตอนของตลาดหลักทรัพย์และกฏหมายที่เกี่ยวข้องอย่างถูกต้องแล้ว"นายชาย กล่าว