ข่าวอินโฟเควสท์
01:24 ประธานเฟดนิวยอร์กส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนหน้า   นายจอห์น วิลเลียมส์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขานิวยอร์ก กล่าวว่า เขา…
00:58 "บิตคอยน์"ต่ำสุดรอบกว่า 1 ปี หลุด 5,000 ดอลล์ มาร์เก็ตแคปเงินคริปโตวูบ 4 หมื่นล้านดอลล์   บิตคอยน์ดิ่งลงแตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 1 ปีในวันนี้ พร…
00:03 ดาวโจนส์ดิ่งเหว ล่าสุดทรุดกว่า 400 จุด ใกล้หลุดเส้น 25,000 หุ้น"แอปเปิล"ทุบตลาด   ดัชนีดาวโจนส์ยังคงร่วงลงต่อเนื่องในวันนี้ ล่าสุดทรุดตัวลงกว่า…
23:45 บอนด์ยีลด์สหรัฐปรับตัวไร้ทิศทาง หลังเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ   อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวไร้ทิศทางในวันนี้ หลังการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐ…

ตลท.เผย บจ.mai Q1/61 ยอดขายโต 15.7% กำไรโต 15.5% แต่อัตรากำไรขั้นต้นลดจากต้นทุนสูงขึ้น

ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พุธที่ 23 พฤษภาคม 2561 17:24:39 น.

นายประพันธ์ เจริญประวัติ ผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) เปิดเผยว่า บริษัทจดทะเบียน (บจ.) ใน mai จำนวน 146 บริษัท หรือคิดเป็น 97% จากทั้งหมด 151 บริษัท (ไม่รวมบริษัทในกลุ่มที่เข้าข่ายอาจถูกเพิกถอน หรือ NC และบริษัทที่ส่งงบการเงินไม่ตรงตามกำหนด) นำส่งผลการดำเนินงานไตรมาส 1/61 สิ้นสุดวันที่ 31 มี.ค.61 พบ บจ.ที่มีกำไรสุทธิจำนวน 107 บริษัท คิดเป็น 73% ของบริษัทที่นำส่งงบการเงินทั้งหมด โดยมียอดขายรวม 44,212 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.72% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีต้นทุนรวม 34,503 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.38%  ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 23.71% มาอยู่ที่ 21.96% อย่างไรก็ดี บจ. ยังคงมีกำไรสุทธิรวม 1,816 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.45%

"ผลการดำเนินงานของ บจ. mai ในไตรมาส 1 ปีนี้ เติบโตทั้งยอดขายและกำไรสุทธิ ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นลดลง เนื่องจากต้นทุนรวมเพิ่มขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจในภาคการผลิตที่ต้องเผชิญกับต้นทุนที่สูงขึ้น ทั้งในส่วนของต้นทุนวัตถุดิบและต้นทุนค่าขนส่ง นอกจากนี้ ยังพบบาง บจ. ที่ได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น"นายประพันธ์ กล่าว

หากพิจารณายอดขายและกำไรสุทธิรายกลุ่มอุตสาหกรรม พบว่าทุกกลุ่มมียอดขายเพิ่มขึ้น และมี 5 กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นด้วย ได้แก่ กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค กลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง กลุ่มทรัพยากร กลุ่มบริการ และกลุ่มเทคโนโลยี นอกจากนี้ ยังพบว่ามี 2 ใน 5 กลุ่มอุตสาหกรรมที่สามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นไว้ได้ คือ กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค และกลุ่มบริการ

ขณะที่เมื่อเทียบกับไตรมาส 4/60 พบว่า บจ. มียอดขายเพิ่มขึ้น 4.61% ต้นทุนรวมเพิ่มขึ้น 5.88% ทำให้อัตรากำไรขั้นต้น ลดลง 0.94% ในขณะที่กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 69.56%

ด้านฐานะทางการเงิน ณ สิ้นไตรมาส 1/61 บจ.ใน mai มีสินทรัพย์รวม 263,781 ล้านบาท เติบโต 2.89% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ในขณะที่โครงสร้างเงินทุนรวมยังอยู่ในเกณฑ์ที่แข็งแรง โดย บจ. ยังคงรักษาระดับอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน หรือ D/E Ratio ไว้เท่ากับ ณ สิ้นปี 60 ที่ 1.03 เท่า

ปัจจุบันมี บจ. ใน mai 151 บริษัท (ข้อมูล ณ วันที่ 22 พ.ค.61) ดัชนี mai ปิดที่ระดับ 473.35 จุด ลดลง 12.40% จากต้นปี มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม (market capitalization) อยู่ที่ 298,504 ล้านบาท มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ย 1,439 ล้านบาทต่อวัน

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง