(เพิ่มเติม) PF ตั้งเป้าปี 62 ยอดขาย 2.16 หมื่นล้านบาท-รายได้ 2.75 หมื่นลบ. ,เปิด 20 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 3.84 หมื่นลบ.

ข่าวหุ้น-การเงิน Thursday January 31, 2019 15:45 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

(เพิ่มเติม) PF ตั้งเป้าปี 62 ยอดขาย 2.16 หมื่นล้านบาท-รายได้ 2.75 หมื่นลบ. ,เปิด 20 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 3.84 หมื่นลบ.

นายชายนิด อรรถญาณสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค (PF) เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้ายอดขายรวมของกลุ่ม ซึ่งรวมกับยอดขายของบมจ.แกรนด์ แอสเสท โฮเทลส์ แอนด์ พรอพเพอร์ตี้ (GRAND) ในปี 62 ที่ 2.16 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นยอดขายของ PF ที่ 2.05 หมื่นล้านบาท ซึ่งมาจากโครงการแนวราบ 1.2 หมื่นล้านบาท คอนโดมิเนียม 7 พันล้านบาท และคอนโดมิเนียมในญี่ปุ่น 1.5 พันล้านบาท ส่วนยอดขายของ GRAND ตั้งไว้ 1.1 พันล้านบาท

สำหรับในปี 62 บริษัทวางแผนเปิดโครงการใหม่ทั้งหมดรวม 20 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 3.84 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็น โครงการใหม่ของ PF จำนวน 17 โครงการ มูลค่า 2 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นโครงการแนวราบ 16 โครงการ มูลค่า 1.8 หมื่นล้านบาท และคอนโดมิเนียม 1 โครงการ มูลค่า 2 พันล้านบาท ส่วนโครงการใหม่ของ GRAND มีแผนการเปิด 3 โครงการ มูลค่า 1.83 หมื่นล้านบาท เป็นโครงการคอนโดมิเนียม 2 โครงการ มูลค่า 1.6 หมื่นล้านบาท และโครงการวิลล่าในจังหวัดระยอง 2.3 พันล้านบาท

ทั้งนี้ ตั้งเป้ารายได้ของกลุ่มในปี 62 ไว้ที่ 2.75 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จาก PF ที่ 2 หมื่นล้านบาท รายได้จาก GRAND ที่ 1.1 พันล้านบาท รายได้จากธุรกิจโรงแรม 4.5 พันล้านบาท รายได้จากการขายที่ดิน 1.74 พันล้านบาท และรายได้จากธุรกิจให้เช่า 215 ล้านบาท โดยที่ในส่วนของมูลค่ายอดขายรอโอน (Backlog) ของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายในปัจจุบันที่อยู่ที่ 6.81 พันล้านบาท ซึ่งจะมีการทยอยรับรู้ในปีนี้ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 32.29% ของรายได้

ส่วนธุรกิจโรงแรมในปี 62 จะมีรายได้เพิ่มเข้ามาจากการรับรู้รายได้ของ 2 โรงแรมใหม่ที่เข้ามาเต็มปี ได้แก่ โรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน ที่ปัจจุบันมีอัตราการเข้าพักที่สูงขึ้น จากการเปิดตัวห้างสรรพสินค้าไอคอนสยาม และโรงแรมไฮแอท รีเจนซี่ สุขุมวิท ที่จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนมี.ค.นี้ ซึ่งเป็นโรงแรมที่อยู่บนทำเลศักยภาพ รองรับกลุ่มลูกค้าธุรกิจ MICE ที่จะมีการใช้บริการสถานที่จัดงานประชุม และบริการอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงมีการให้บริการห้องอาหารรูฟท็อปของโรงแรมด้วย

นายชายนิด กล่าวว่า บริษัทวางงบซื้อดินในปีนี้ลดลงมาเหลือ 2 พันล้านบาท จากปีก่อนที่ใช้งบซื้อที่ดินไป 4-5 พันล้านบาท โดยที่ปีก่อนมีการซื้อที่ดินไว้เป็นจำนวนมาก ทำให้ปัจจุบันมีที่ดินไนมือที่เพียงพอรองรับต่อการเปิดโครงการใหม่แล้ว และยังมีที่ดินแปลงขนาดใหญ่ที่สามารถรองรับการพัฒนาได้อีกหลายปี เช่น ที่ดินย่านกรุงเทพกรีฑา แจ้งวัฒนะ และสุขุมวิท 77 โดยที่แหล่งเงินทุนของบริษัทมาจากกระแสเงินสด เงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน และเงินที่ได้จากการออกหุ้นกู้ โดยที่การออกหุ้นกู้ในปี 62 บริษัทจะออกหุ้นกู้ 2 ครั้ง ในช่วงไตรมาส 2/62 และไตรมาส 3/62 วงเงินรวม 4.6 พันล้านบาท เพื่อมาทดแทนหุ้นกู้ชุดเดิมที่จะครบกำหนดอายุในช่วงเดือนพ.ค. 62 จำนวน 3 พันล้านบาท และช่วงเดือนก.ย. 62 จำนวน 1.6 พันล้านบาท ด้านภาพรวมของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในปี 62 คาดว่าจะหดตัว 10% จากการที่มีปัจจัยกดดันของมาตรการควบคุมเกณฑ์การปล่อยสินเชื่อบ้าน (LTV) ที่เริ่มบังคับใช้ในวันที่ 1 เม.ย. 62 และการที่ภาวะของตลาดในปัจจุบันมีซัพพลายที่ออกมามากในบางทำเล ในขณะที่ความต้องการซื้อของประชาชนยังไม่เพิ่มขึ้นมาก ซึ่งส่วนใหญ่ซัพพลายที่เพิ่มขึ้นมาจากกลุ่มสินค้าคอนโดมิเนียมที่มีการเปิดตัวกันอย่างมาก ซึ่งมีสัดส่วนสูงถึง 60% ของตลาดทั้งหมด โดยภาพรวมมองว่าในปีนี้ตลาดคอนโดมิเนียมจะลดลงราว 10% ส่วนตลาดแนวราบคาดว่าจะเติบโตได้ 10% เพราะยังเป็นสินค้าที่มีความต้องการซื้ออยู่มาก โดยเฉพาะทาวน์เฮาส์ และเป็นสินค้าที่เน้นกลุ่มลูกค้าซื้ออยู่อาศัยจริง ทำให้ไม่มีแรงกดดันจากปัจจัยอื่นๆมากเท่ากับคอนโดมิเนียม

ส่วนภาวะของลูกค้าชาวจีนที่ชะลอตัวลงไปนั้น ยังคงต้องรอติดตามสถานการณ์อีกสักระยะหนึ่ง หลังจากการเจรจาสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีนมีความคืบหน้าและผ่อนคลายความตึงเครียดลงบ้าง ซึ่งหากปัจจัยดังกล่าวมีผลออกมาในทิศทางที่เป็นบวกมากขึ้น จะทำให้กลุ่มลูกค้าชาวจีนกลับมาซื้ออสังหาริมทรัพย์ในไทยอีกครั้งในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้ แต่ผู้ประกอบการควรจะมีฐานลูกค้าประเทศอื่นๆที่กระจายแตกต่างกันไปตามความเหมาะสม เพื่อไม่ให้มีความเสี่ยงที่อิงกับกลุ่มลูกค้าประเทศใดประเทศหนึ่งมากจนเกินไป

อย่างไรก็ตามความน่าสนใจของอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยถือว่ายังคงน่าสนใจมาก จากราคาขายที่อยู่อาศัยที่ถูกกว่าประเทศอื่นๆ เมื่อเทียบกับที่อยู่อาศัยในบริเวณแนวรถไฟฟ้าเช่นเดียวกันในประเทศสิงคโปร์ ฮ่องกง และจีน ทำให้ลูกค้าชาวต่างชาติยังคงมีความสนใจการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในไทยอยู่มาก ส่วนโครงการคอนโดมิเนียมอยู่รวย คอนโด มูลค่า 2 พันล้านบาท ที่เข้าร่วมโครงการบ้านล้านหลังกับธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ปัจจุบันมีลูกค้าที่เข้าร่วมโครงการบ้านล้านหลังที่มายื่นกู้ซื้อโครงการอยู่รวย คอนโด แล้วราว 40%


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ