โบรกฯเชียร์"ซื้อ"SAWAD เล็งกำไรปีนี้ทำ New High ตามสินเชื่อขยายตัว-จำนวนสาขาเพิ่มขึ้น/ช่วงสั้นลุ้นเข้า SET50

ข่าวหุ้น-การเงิน Monday June 10, 2019 15:37 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

โบรกเกอร์เชียร์"ซื้อ"หุ้น บมจ.ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น (SAWAD) จัดเป็นหุ้น Growth Stock เล็งกำไรปีนี้ทำ New High จากการขยายตัวสินเชื่อที่มีโอกาสเพิ่มขึ้นตามฐานเงินทุนของบง.ศรีสวัสดิ์ (BFIT) ที่สูงขึ้น และเพิ่มจำนวนสาขาปี 62 มาอยู่ที่ 3,286 แห่ง คาดกำไรสุทธิ 3.6-3.8 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน และสินเชื่อจะเติบโต 20-30% จากปี 61

นอกจากนี้ ในช่วงสั้น SAWAD มีลุ้นที่จะเข้าไปคำนวณดัชนี SET50 ซึ่งตลาดหลักทรัพย์ฯน่าจะประกาศในช่วงกลางเดือนมิ.ย. พร้อมติดตามหลังการเพิ่มทุน RO ใน BFIT คาดว่าสัดส่วนการถือหุ้นที่เพิ่มขึ้นของ SAWAD ทุก ๆ 5% จะส่งผลบวกต่อกำไรสุทธิ และ EPS เพิ่มขึ้น 0.9%

ส่วนแนวโน้มกำไรไตรมาส 2/62 คาดว่าจะเติบโตเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่อาจทรงตัวจากไตรมาสก่อน แม้ว่า SAWAD จะบันทึกสำรองผลประโยชน์พนักงานจำนวน 6-8 ล้านบาทในไตรมาสดังกล่าว แต่มองว่าไม่มีนัยสำคัญ โดยกำไรสุทธิที่คาดทรงตัวโดยหลักเป็นผลจากช่วงโลว์ซีซั่น เนื่องจากมีวันหยุดยาวค่อนข้างมากส่งผลต่อการขยายสินเชื่อและสาขา ส่วนกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้น จากงวดปีก่อนได้รับปัจจัยหนุนจากขนาดพอร์ตสินเชื่อที่เติบโตขึ้น และค่าใช้จ่ายการตั้งสำรองที่ลดลง

พักเที่ยงราคาหุ้น SAWAD อยู่ที่ 53.25 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท หรือ 0.95% ขณะที่ดัชนี SET เพิ่มขึ้น 0.69%

          โบรกเกอร์                 คำแนะนำ               ราคาเป้าหมาย (บาท/หุ้น)
          หยวนต้า (ประเทศไทย)         ซื้อ                        62.00
          เคทีบี (ประเทศไทย)           ซื้อ                        60.00
          แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์             ซื้อ                        59.00
          เอเชีย เวลท์                 ซื้อ                        55.00
          ฟิลลิป (ประเทศไทย)           ซื้อ                        54.50

นายอดิสรณ์ มุ่งพาลชล รองผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) กล่าวว่า ผลการดำเนินงานของ SAWAD ในปีนี้ยังเติบโตต่อเนื่อง โดยมีลุ้นที่กำไรสุทธิจะทำ New High จากการขยายตัวของสินเชื่อ คาดว่าจะมีกำไรสุทธิ 3.6 พันล้านบาท เติบโตราว 29.6% จากปีก่อน ขณะที่สินเชื่อน่าจะเติบโต 30% จากปี 61 ที่สินเชื่อเติบโต 29% ดังนั้น SAWAD จึงจัดได้ว่าเป็นหุ้น Growth Stock ตัวหนึ่ง

นอกจากนี้ ในช่วงสั้น SAWAD มีลุ้นที่จะเข้าไปคำนวณในดัชนี SET50 ซึ่งตลาดหลักทรัพย์ฯน่าจะประกาศในช่วงกลางเดือนมิ.ย. ส่วนประเด็นทิศทางอัตราดอกเบี้ยขาลงคงจะยังไม่เกิดขึ้นเร็ว แม้ว่าธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) จะส่งสัญญาณการปรับลดอัตราดอกเบี้ย ขณะที่ยังต้องรอดูผลการเพิ่มทุนของ BFIT ว่าจะเป็นอย่างไรด้วย

ด้าน บล.เคทีบี (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ฯเพิ่มน้ำหนักการลงทุนสำหรับ SAWAD เป็น"ซื้อ"จากเดิม"ถือ"สะท้อนการขยายตัวของธุรกิจที่เพิ่มขึ้นในปี 61-63 โดยประเมินกำไรสุทธิเฉลี่ยช่วง 3 ปีนี้ เติบโตปีละ 31% จากเดิมเติบโตปีละ 23% เป็นผลจากการปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 62-63 เพิ่มขึ้นปีละ 10-13% ตามอัตราการขยายตัวของสินเชื่อ และ Loan Yield ที่เพิ่มขึ้นจากฐานเงินทุนของ BFIT ที่สูงขึ้น หลังการเพิ่มทุนขายให้กับผู้ถือหุ้นเดิม (RO) ในสัดส่วน 1 หุ้นเดิม : 1.5 หุ้นใหม่ที่ราคาหุ้นละ 18 บาท ทั้งนี้ ประมาณการข้างต้นอิงสมมติฐานที่ว่า BFIT จะได้รับเงินเพิ่มทุน RO 100% และสัดส่วนการถือหุ้นของ SAWAD ยังอยู่ที่ 45.34%

อย่างไรก็ตามเชื่อว่า SAWAD จะมีสัดส่วนการถือหุ้นที่สูงกว่านี้ จากอัตราการเพิ่มทุนที่ไม่มีความน่าสนใจต่อผู้ถือหุ้นรายย่อย และคาดว่าสัดส่วนการถือหุ้น BFIT ที่เพิ่มขึ้นของ SAWAD ทุก ๆ 5% จะส่งผลบวกต่อกำไรสุทธิและกำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS) เพิ่มขึ้น 0.9% คิดเป็นราคาเป้าหมายเพิ่มขึ้น 0.14 บาท ขณะที่กรณีที่ผู้ถือหุ้นรายย่อยไม่เพิ่มทุน และมีเพียง SAWAD ที่เพิ่มทุนเกินสิทธิ จะส่งผลให้ SAWAD มีสัดส่วนการถือหุ้นอยู่ที่ 78.13% รวมทั้งกำไรสุทธิและ EPS เพิ่มขึ้นมากกว่าคาดที่ 5.8% และราคาเป้าหมายเพิ่มขึ้น 0.92 บาท

ทั้งนี้ ได้ปรับประมาณการกำไรสุทธิของ SAWAD ในปี 62-63 เพิ่มขึ้นมาที่ 3.8 และ 4.8 พันล้านบาทตามลำดับ โดยเพิ่มขึ้น 38% และ 24% เมื่อเทียบปีต่อปี จากการเพิ่มอัตราการขยายตัวของสินเชื่อปี 62-63 ที่ 20-23% จากเดิมปีละ 18% สะท้อนโอกาสในการขยายสินเชื่อที่เพิ่มขึ้นตามฐานเงินทุนของ BFIT ที่สูงขึ้น, เพิ่มจำนวนสาขาปีนี้อยู่ที่ 3,286 แห่งจากเดิม 3,170 แห่ง โดยมองว่า SAWAD จะยังขยายสาขาในช่วงไตรมาส 2-4/62 เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 1/62 ที่อยู่ 3,086 แห่ง และเพิ่ม Loan Yield ปี 62-63 ที่ 22.5% จากเดิม 21.5% ตามสัดส่วนการปล่อยสินเชื่อผ่าน BFIT ที่มีอัตราผลตอบแทนที่สูง

ขณะที่ยังคงประมาณการ Coverage Ratio ที่ต่ำประมาณ 81% ซึ่งเชื่อว่าเพียงพอต่อ TFRS9 จากนโยบายการปล่อยสินเชื่อที่ LTV ต่ำเพียง 30-50% ส่งผลให้ SAWAD มีค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรองเพียง 128 bps

สำหรับราคาหุ้น SAWAD ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าตลาดในช่วง 1-3 เดือนนั้นเกิดจากการเพิ่มทุนใน BFIT ที่ช่วยหนุนให้สินเชื่อขยายตัวเพิ่มขึ้น, โอกาสในการเพิ่มสัดส่วนการลงทุนใน BFIT และแนวโน้มการเข้าคำนวณ SET50

ด้านบทวิเคราะห์ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่า แนวโน้มกำไรของ SAWAD ในปี 62 คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 3.6 พันล้านบาท เติบโต 28% จากปีก่อน โดยคาดสินเชื่อขยายตัว 25% ตามการเปิดสาขาใหม่ ซึ่งปีนี้อาจทำได้มากกว่าเป้าที่ 200-300 แห่ง และที่สำคัญ NIM ฟื้นตัวเด่นเมื่อเทียบปีก่อน จากการหมดอายุของสินเชื่อผลตอบแทนต่ำ

แนวโน้มกำไรไตรมาส 2/62 คาดกำไรเติบโตเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และไตรมาสก่อน หนุนจากการขยายตัวของสินเชื่อ และ NIM ฟื้นตัว เพราะไม่มี reverse ดอกเบี้ยรับ

ส่วน บล.เอเชีย เวลท์ คาดกำไรสุทธิปี 62 ของ SAWAD จะกลับมาเติบโตสูงถึง 33.9% จากปี 61 ที่เติบโต 3.8% อานิสงส์จากการปรับโครงสร้างธุรกิจที่เสร็จสิ้นแล้ว ทั้งนี้ คาดกำไรสุทธิไตรมาส 2/62 ทรงตัวเมื่อเทียบไตรมาสก่อน แต่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับงวดปีก่อน แม้ว่า SAWAD จะมีการบันทึกสำรองผลประโยชน์พนักงานจำนวน 6-8 ล้านบาท แต่มองว่าไม่มีนัยสำคัญ โดยกำไรสุทธิที่คาดทรงตัวจากไตรมาสก่อน เป็นผลจากช่วงโลว์ซีซั่น เนื่องจากมีวันหยุดยาวมากทำให้ส่งผลต่อการขยายสินเชื่อและสาขา ส่วนกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นจากงวดปีก่อน หนุนโดยขนาดพอร์ตสินเชื่อที่โตกว่าปีก่อน และค่าใช้จ่ายการตั้งสำรองที่ลดลง


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ