ข่าวอินโฟเควสท์
16:59 ซีอีโอ "ซาอุดี อารามโค" ยัน จะเริ่มการผลิตน้ำมันได้อย่างเต็มที่ภายในสิ้นเดือนนี้   สื่อต่างประเทศรายงานการเปิดเผยของนายเอมิน นาสเซอร์ ซีอีโอของ…
15:54 ผู้ประท้วงหลายพันคนออกมาเดินขบวนในฮ่องกง หลังกลุ่มสนับสนุนจีนแห่ทำลายกำแพงเลนนอน   ผู้ประท้วงสนับสนุนประชาธิปไตยของฮ่องกงจำนวนหลายพันคนได้ออกมา…
15:34 อินเดียยังคงพยายามติดต่อยาน "วิกรัม" ก่อนครบกำหนดเส้นตายภารกิจสำรวจดวงจันทร์วันนี้   องค์การวิจัยอวกาศแห่งอินเดีย (ISRO) พยายามที่จะติดต่อกับยา…
14:46 "เฟซบุ๊ก" ระงับให้บริการหลายหมื่นแอพพลิเคชั่น เซ่นคดีคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล   บริษัทเฟซบุ๊ก อิงค์เปิดเผยว่า บริษัทได้ระงับการให้บริการหลายหมื่…
13:10 "แอปเปิล" เฮ หลังรัฐบาลสหรัฐอนุมัติคำขอยกเว้นภาษีนำเข้าชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์   สำนักงานผู้แทนการค้าและบันทึกราชการของสหรัฐระบุว่า หน่วยงานกำกับดู…

ภาวะตลาดหุ้นไทย: ปิดร่วง 13.35 จุด เผชิญแรงขายทำกำไรก่อนรู้ผลประชุม ECB - Valuation ไม่ถูกหลังโบรกฯปรับลดประมาณการกำไรบจ.

ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พฤหัสบดีที่ 12 กันยายน 2562 17:15:44 น.
ตลาดหลักทรัพย์ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,660.68 จุด ลดลง 13.35 จุด (-0.80%) มูลค่าการซื้อขาย 70,086.30 ล้านบาท

การซื้อขายหุ้นวันนี้ ดัชนีหุ้นไทยเคลื่อนไหวทั้งในแดนบวก-ลบ โดยดัชนีทำระดับสูงสุดที่ 1,679.03 จุด และทำระดับต่ำสุดที่ 1,659.42 จุด

ส่วนหลักทรัพย์เปลี่ยนแปลงวันนี้ เพิ่มขึ้น 572 หลักทรัพย์ ลดลง 1,019 หลักทรัพย์ และไม่เปลี่ยนแปลง 442 หลักทรัพย์

นายสุโชติ ถิรวรรณรัตน์ ผู้จัดการฝ่ายวิจัย บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยในช่วงบ่ายนี้ปรับตัวลง แม้ว่าจะมีความคืบหน้าสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ที่ยอมถอยกันคนละก้าว แต่ดัชนีฯก็ไม่ปรับตัวขึ้นต่อ และเผชิญแรงขายทำกำไร เนื่องจาก Valuation ตลาดฯอยู่ในระดับที่ไม่ถูก เพราะนักวิเคราะห์ฯได้มีการปรับลดประมาณการกำไรของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในปีนี้ลงประมาณ 15% ทำให้แม้ดัชนีฯจะปรับตัวขึ้นในช่วงที่ผ่านมาเล็กน้อยแต่ก็ไม่ถือว่าถูก

นอกจากนี้ ยังได้เผชิญแรงขายทำกำไรก่อนรู้ผลประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) ซึ่งตลาดฯคาดว่าจะผ่อนคลายนโยบายการเงิน ซึ่งต่างก็รอดูว่าจะมีการทำมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) หรือไม่ อีกทั้งอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond yield) ทั้งของสหรัฐฯ และไทย ได้รีบาวด์กลับขึ้นมาค่อนข้างแรงด้วย รวมถึงนักลงทุนยังปรับพอร์ตขายหุ้นบางกลุ่ม อย่างหุ้นในกลุ่มโรงไฟฟ้า และกลุ่มสื่อสาร แล้วหันไปลงทุนในกลุ่มหุ้นที่ยัง Laggard อย่างหุ้นในกลุ่มแบงก์ เป็นต้น

ด้านตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียวันนี้เคลื่อนไหวทั้งในแดนบวก-ลบ รอดูผลประชุมธนาคารกลางยุโรป

แนวโน้มการลงทุนในวันพรุ่งนี้ (13 ก.ย.) นายสุโชติ กล่าวว่า ตลาดฯคงจะแกว่งไซด์เวย์ออกด้านข้าง โดยดัชนีฯคงจะแกว่งตามผลประชุม ECB ซึ่งถ้าผลออกมาตามตลาดคาดก็จะทำให้ดัชนีฯรีบาวด์กลับได้ แต่ถ้าผิดคาดก็จะทำให้เกิดแรงขายขึ้น แต่ตลาดฯยังไม่เป็นขาลง เพราะต้องรอดูผลประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ด้วย ซึ่งตลาดฯคาดปรับลดอัตราดอกเบี้ย

พร้อมแนวรับ 1,650 จุด ส่วนแนวต้าน 1,680-1700 จุด
ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่

GULF    มูลค่าการซื้อขาย  3,466.51 ล้านบาท ปิดที่  147.00 บาท ลดลง   5.50 บาท

SCB     มูลค่าการซื้อขาย  3,028.52 ล้านบาท ปิดที่  123.50 บาท เพิ่มขึ้น  0.50 บาท

BBL     มูลค่าการซื้อขาย  2,900.82 ล้านบาท ปิดที่  180.00 บาท เพิ่มขึ้น  2.50 บาท

SCC     มูลค่าการซื้อขาย  2,783.74 ล้านบาท ปิดที่  438.00 บาท เพิ่มขึ้น  2.00 บาท

ADVANC  มูลค่าการซื้อขาย  2,775.90 ล้านบาท ปิดที่  221.00 บาท ลดลง   8.00 บาท

ข่าวที่เกี่ยวข้อง