AirAsiaX รุกตลาดออสเตรเลียเปิดเส้นทางซิดนีย์-เมลเบิร์นเริ่มบินต้น ธ.ค.

ข่าวหุ้น-การเงิน Monday August 29, 2022 14:19 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

AirAsiaX รุกตลาดออสเตรเลียเปิดเส้นทางซิดนีย์-เมลเบิร์นเริ่มบินต้น ธ.ค.

นายธรรศพลฐ์ แบเลเว็ลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์ เปิดเผยว่า สายการบินไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์ (เที่ยวบิน XJ) เปิดบินตรง 2 เมืองใหญ่ออสเตรเลีย กรุงเทพ (สุวรรณภูมิ)-ซิดนีย์ 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ บินทุกวันจันทร์ อังคาร ศุกร์ เสาร์ เริ่มบิน 2 ธันวาคม 2565 และ กรุงเทพ(สุวรรณภูมิ)-เมลเบิร์น 3 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ทุกวันพุธ พฤหัสบดี อาทิตย์ เริ่มบิน 1 ธันวาคม 2565 ให้บริการด้วยเครื่องใหญ่ แอร์บัส 330 จำนวน 377 ที่นั่ง พร้อมที่นั่งปรับเอนนอนเทียบเท่าชั้นธุรกิจ

"มั่นใจทั้ง 2 เส้นทางได้รับการตอบรับที่ดีจากคนไทยที่บินตรงสู่ออสเตรเลียได้ง่ายในราคาที่คุ้มค่าขึ้น ทั่งกลุ่มนักท่องเที่ยวและนักเรียน นักศึกษา และสร้างโอกาสดึงนักท่องเที่ยวออสเตรเลียเข้าไทยกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ โดยราคาเริ่มต้นที่ 5,990 บาท"นายธรรศพลฐ์ กล่าว

ก่อนหน้านี้ เที่ยวบินในออสเตรเลียลดลงไปมากหลังจากเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 สายการบินไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์ จึงได้ตารางบิน (slot) ในเวลาที่ดีและเวลาตรงกันทั้งสองเมืองที่สามารถบริหารจัดการได้เป็นอย่างดี และแนวโน้มความสำเร็จเที่ยวบิน 2 เมืองมีสูงเนื่องจากเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมท่องเที่ยว และเป็นสถานที่มีนักเรียนนักศึกษาไทยไปศึกษาต่อมากที่สุด ซึ่งคาดว่าจะมี อัตราส่วนบรรทุกผู้โดยสาร (Load Factor) 85-90% ทั้งสองเมือง

ทั้งนี้ ชาวออสเตรเลียเดินทางท่องเที่ยวปีละ 21 ล้านคน ขณะที่มีประชากร 25.7 ล้านคนเท่านั้น ซึ่งชาวออสเตรเลียที่เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยมีจำนวนปีละ 800,000 คน โดยนิยมไปเที่ยวทะเล ส่วนใหญ่จะต่อเครื่องบินภายในประเทศไปยังภูเก็ต-กระบี่ด้วยสายการบินไทยแอร์เอเชีย ส่วนคนไทยที่เดินทางไปท่องเที่ยวออสเตรเลียมีจำนวนประมาณ 100,000 คน/ปี ขณะที่มีเที่ยวบินบินตรงเข้าไทยน้อย โดยปัจจุบันมีสายการบินไทยและสายการบินแควนตัสที่บินตรงกรุงเทพ-ซิดนีย์ ส่วนกรุงเทพ-เมลเบิร์น มีสายการบินไทย กับ สายการบินเจ็ทสตาร์

"เรามองว่าเส้นทางซิดนีย์ และเมลเบิร์น จะปลุกปั้นเป็นเส้นทางหลัก บินได้ทุกวัน หรือบินเช้าบินเย็นได้ เราอยากโฟกัสเมืองที่บิน แทนที่จะเปิดบินเมืองใหม่"

นายธรรศพลฐ์ กล่าวว่า ปัจจุบัน ไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์ บินไปเกาหลี 1 เที่ยวบิน/วัน และญี่ปุ่น บินไปโตเกียว 4 เที่ยวบิน/สัปดาห์ จากก่อนโควิดทำการบินกรุงเทพ-โซล 3 เที่ยวบิน/วัน กรุงเทพ-โตเกียว 3 เที่ยวบิน/วัน กรุงเทพ-โอซาก้า 2 เที่ยวบิน/วัน และกรุงเทพ-ซับโปโร 1 เที่ยวบิน/วัน

ปัจจุบัน เส้นทางกรุงเทพ-โซล มีอัตราส่วนบรรทุกผู้โดยสาร (Load Factor) 90% ส่วนกรุงเทพ-โตเกียว จำกัดจำนวนที่นั่งไว้ 75%สำหรับขาเข้า ส่วนขาออกได้ 90% คาดว่าในไตรมาส 4/65 ตลาดญี่ปุ่นจะกลับมาทำการบินเท่าเดิมหรือใกล้เคียงเดิม ส่วนเกาหลีคาดว่าจะเพิ่มเที่ยวบินเป็นอย่างน้อย 2 เที่ยวบิน/วัน

ขณะที่ไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์ มีจำนวนเครื่องบิน 8 ลำ ทำการบินขณะนี้ 3 ลำ คาดว่าปลายปีจะใช้เครื่องบินเพิ่มเป็น 6 ลำในเส้นทางออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และเกาหลี จากก่อนโควิดมีจำนวนเครื่องบิน 15 ลำ ขณะที่จำนวนผู้โดยสารในปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ราว 300,000 คน จากช่วงก่อนโควิดมี 2 ล้านคน ส่วนการจะเพิ่มจำนวนเครื่องบินอีกเท่าใดในปีหน้าก็ต้องมาพิจารณาเส้นทางบินกันอีกครั้ง รวมถึงสถานการณ์ต่างๆ

นอกจากนี้ ไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์ มองเส้นทางบินเพิ่มเติมไปที่เมืองนิวเดลีของอินเดีย คาดว่าจะสามารถเปิดขายตั๋วโดยสารได้ช่วงกลางเดือน ก.ย. และเริ่มทำการบินในเดือน ต.ค.นี้ ส่วนรัสเซีย ในอดีตเคยมองไว้ 2 เมืองที่กรุงมอสโคว และเมืองเซนต์ปิเตอร์เบิร์ก แต่ปัจจุบันคงต้องรอดูสถานการณ์ก่อนเนื่องจากสงครามรัสเซีย-ยูเครนยังยืดเยื้อ ซึ่งมีผลต่อการประกันภัยและการท่องเที่ยวอาจไม่ได้รับความสนใจมากนัก สำหรับในยุโรปกำลังพิจารณากันอยู่ โดยเฉพาะปัจจัยด้านราคาพลังงานและเศรษฐกิจของยุโรป

นายธรรศพลฐ์ กล่าวว่า ขณะนี้สัดส่วนต้นทุนน้ำมันอยู่ที่ประมาณ 34-35% จากก่อนหน้าพุ่งไปถึงกว่า 40% ตามทิศทางราคาน้ำมัน และแนวโน้มเงินบาทอ่อนค่า ทำให้ค่าใช้จ่ายของสายการบินเพิ่มขึ้น แต่นักท่องเที่ยวชอบเงินบาทอ่อนก็จะกระตุ้นให้เข้ามาท่องเที่ยวไทยมากขึ้น

ส่วนความคืบหน้าการขอเข้าฟื้นฟูกิจการ ศาลล้มละลายกลางได้นัดครั้งต่อไปวันที่ 14 ก.ย.นี้ มีการหารือเจ้าหนี้ที่จะได้ข้อยุติของจำนวนหนี้ และคาดว่าภายในปีนี้ศาลฯน่าจะส่งให้สายการบินไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์ ทำแผนฟื้นฟู แล้วจะส่งแผนฟื้นฟูให้ศาลฯเห็นชอบในปีหน้า


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ