บล.กิมเอ็ง(ประเทศไทย)(KEST) มั่นใจว่าผลประกอบการในปี 52 จะมีกำไรสุทธิสูงกว่าปีก่อนที่ทำได้ 530 ล้านบาท หลังจากครึ่งปีแรกสามารถทำกำไรได้ 280 ล้านบาทเกินกว่าเป้าหมาย ขณะที่คาดว่าในครึ่งปีหลังน่าจะดีขึ้นกว่าครึ่งปีแรกตามมูลค่าการซื้อขาย(วอลุ่ม)ของตลาดรวมที่ดีขึ้น และบริษัทยังเชื่อว่าจะสามารถทำส่วนแบ่งตลาด(มาร์เก็ตแชร์)ได้ไม่ต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้ในระดับ 10%
"มั่นใจว่าปีนี้บริษัทจะมีกำไรสูงกว่าปีที่ผ่านมาที่มีกำไรสุทธิ 534 ล้านบาท เนื่องจากครึ่งปีแรกบริษัทมีกำไรสุทธิแล้ว 280 ล้านบาท "นายมนตรี ศรไพศาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร KEST กล่าว
นายมนตรี กล่าวว่า บริษัทมั่นใจว่ามาร์เกตแชร์ปีนี้ของบริษัทจะยืนอยู่ที่ระดับ 10% เนื่องจากบัญชีลูกค้าเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยในเดือน มิ.ย.52 บริษัทมีลูกค้าเปิดบัญชีรวม 6.4 หมื่นบัญชี และมีบัญชีซื้อขายสม่ำเสมอ (แอคทีฟ)2.7 หมื่นบัญชี และขณะนี้มีนักลงทุนสถาบันต่างประเทศและในประเทศจะมีการเปิดบัญชีการซื้อขายหุ้นกับทางบริษัทมากขึ้น หลังจากบริษัทได้รับรางวัลด้านบทวิจัยที่ดี จึงทำให้สัดส่วนักลงทุนสถาบันของบริษัทจะเพิ่มขึ้นเป็น 10% จากปัจจุบันที่มี 6%
นอกจากนี้ แนวโน้มภาวะตลาดหุ้นไทยในช่วงไตรมาส 3/52 และไตรมาส 4/52 จะดีต่อเนื่อง จากเศรษฐกิจโลกและไทยจะฟื้นตัวและกลับมาเป็นบวกได้ในไตรมาส 4/52 ซึ่งบริษัทคาดว่ามูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยปีนี้จะสูงกว่าปีที่ผ่านมาที่มีมูลค่าการซื้อขาย 1.6 หมื่นล้านบาทต่อวัน จากครึ่งปีแรกอยู่ที่ 1.5 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้ บริษัทมีนโยบายที่จะปล่อยสินเชื่อเพื่อซื้อหลักทรัพย์(มาร์จิ้นโลน) มากขึ้นเป็น 3,000-4,000 ล้านบาท จากปัจจุบันที่มีเกือบ 2,000 ล้านบาท
รวมทั้ง บริษัทยังเป็นที่ปรึกษาในการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไป(IPO)อีก 2-3 ดีล แต่ทั้งนี้ต้องรอความพร้อมของบริษัทและจังหวะที่เหมาะสม ซึ่งหากไม่ทันปีนี้อย่างช้าคาดว่าต้นปีหน้าจะสามารถนำเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ได้