หุ้นหลักในกลุ่มเกษตรและอาหารปรับตัวสูงขึ้น ด้วยวอลุ่มเทรดที่เข้ามาอย่างคึกคัก
เมื่อเวลา 14.37 น.
หุ้น CPF อยู่ที่ 20.10 บาท เพิ่มขึ้น 0.30 บาท(+1.52%)มูลค่าซื้อขาย 1,129.02 ล้านบาท
หุ้น GFPT ราคาอยู่ที่ 8.80 บาท เพิ่มขึ้น 0.30 บาท(+3.53%)มูลค่าซื้อขาย 134.79 ล้านบาท
หุ้น STA ราคาอยู่ที่ 85.75 บาท เพิ่มขึ้น 6.75 บาท(+8.54%)มูลค่าซื้อขาย 814.30 ล้านบาท
หุ้น KSL ราคาอยู่ที่ 12.30 บาท เพิ่มขึ้น 0.70 บาท(+6.03%)มูลค่าซื้อขาย 33.14 ล้านบาท
หุ้น TUF ราคาอยู่ที่ 44.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท(+0.57%)มูลค่าซื้อขาย 97.79 ล้านบาท
บล.พัฒนสิน ระบุในบทวิเคราะห์ว่า กลุ่มเกษตรและอาหาร ได้ปรับเพิ่มคำแนะนำเป็น Bullish จาก Neutral โดยมี Top Picks คือ บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร(CPF), บมจ.จีเอฟพีที(GFPT), บมจ.ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี(STA), บมจ.น้ำตาลขอนแก่น(KSL)เพราะอุปสงค์ยังจะเติบโตตามภาวะเศรษฐกิจและไม่ค่อยได้รับผลกระทบหากเศรษฐกิจชะลอตัว ขณะที่อุปทานเพิ่มไม่มาก เพราะภัยแล้ง อากาศแปรปรวน และพื้นที่การเกษตรลดลง และบางครั้งมีโรคระบาด
ทั้งนี้ ไทยเป็นผู้นำในตลาดสินค้าเกษตรของโลก ทั้งยางพารา น้ำตาล ทูน่ากระป๋อง และไก่-กุ้งแปรรูป ซึ่งคาดกลุ่มนี้มีกำไรสุทธิโตถึง 29% ในปี 10F และค่าพีอียังต่ำกว่าบริษัทในต่างประเทศ
กลุ่มอาหาร คาดว่าอุปสงค์จะเติบโตตามการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกและพฤติกรรมการบริโภคอาหารพร้อมรับประทานมากขึ้น นอกจากโรคระบาด ภัยแล้ง และปัญหาน้ำมันรั่วในอ่าวเม็กซิโก ทำให้อากาศการส่งออกไก่-กุ้งแปรรูปของไทยเพิ่มขึ้น จึงชอบ CPF เพราะการส่งออกไก่และกุ้งจะเพิ่มขึ้น ขณะที่ภัยแล้งในประเทศและต่างประเทศ ทำให้อุปทานเนื้อสัตว์ลดลงเป็นโอกาสที่ CPF จะเพิ่มส่วนแบ่งตลาด
นอกจากนี้ยังชอบ GFPT เพราะสามารถส่งออกไก่ไปญี่ปุ่นได้เพิ่มขึ้น รวมทั้งการมีบริษัทนิชิเรและแมคโดนัลด์เป็นพันธมิตร ช่วยเจาะตลาดในต่างประเทศได้เพิ่มขึ้น ส่วนบมจ.ไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์(TUF)คาดว่าราคาหุ้นได้สะท้อนผลดีจากแนวโน้มการส่งออกกุ้งไปสหรัฐเพิ่มขึ้นไปแล้วบางส่วน
กลุ่ม soft commodity คาดว่า STA ยังมีโอกาสในการเติบโตสูง เพราะภาวะอุปทานยางที่ขยายตัวไม่ทันอุปสงค์ โดยเฉพาะอุปสงค์ของจีนที่เติบโตตามการผลิตรถยนต์และการขยายตัวของเศรษฐกิจ นอกจากนี้ ธุรกิจถุงมือแพทย์มีการเติบโตสูงเพราะประชาชนให้ความสำคัญกับสุขอนามัยเพิ่มขึ้น
ส่วน KSL น่าจะฟื้นตัวในปี FY11F เพราะโรงงานใหม่ในอำเภอบ่อพลอยจะเปิดดำเนินการและทำให้กำลังการผลิตในไทยเพิ่มขึ้นถึง 25% y-y ถึงแม้ราคาน้ำตาลโลกจะปรับตัวลงแต่ผลผลิตที่เพิ่มขึ้นจะช่วยลดต้นทุนต่อหน่วยได้