ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ดิ่งลงเกือบ 600 จุด หลังสหรัฐเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อพุ่งขึ้นมากกว่าคาด ซึ่งจะเป็นปัจจัยชะลอการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)
ณ เวลา 20.53 น.ตามเวลาไทย ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ลบ 580 จุด หรือ 1.17% สู่ระดับ 48,951 จุด
ดัชนีดาวโจนส์มีแนวโน้มพุ่งขึ้น 1.2% ในเดือนก.พ. ขณะที่ดัชนี S&P 500 ร่วงลง 0.4% ส่วน Nasdaq ดิ่งลง 2.5% ทำสถิติทรุดตัวลงมากที่สุดเมื่อเทียบรายเดือนนับตั้งแต่เดือนมี.ค.2568 ท่ามกลางความกังวลที่ว่าเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะส่งผลกระทบต่อผลประกอบการของบริษัทในกลุ่มเทคโนโลยี
หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีร่วงลงอย่างหนักในการซื้อขายก่อนเปิดตลาด โดย Salesforce ดิ่งลงกว่า 2% ขณะที่ Microsoft ปรับตัวลงกว่า 1%
นอกจากนี้ Nvidia ปรับตัวลง 0.5% ในวันนี้ หลังจากทรุดตัวลง 5.5% วานนี้ แม้มีการเปิดเผยผลประกอบการในไตรมาส 4 สูงกว่าคาด
กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้ผลิต ประจำเดือนม.ค.ในวันนี้
ทั้งนี้ ดัชนี PPI ทั่วไป (Headline PPI) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 2.9% ในเดือนม.ค. เมื่อเทียบรายปี สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 2.6% หลังจากปรับตัวขึ้น 3.0% ในเดือนธ.ค.
เมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี PPI ทั่วไป ปรับตัวขึ้น 0.5% ในเดือนม.ค. สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 0.3% จากระดับ 0.4% ในเดือนธ.ค.
ส่วนดัชนี PPI พื้นฐาน (Core PPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 3.6% ในเดือนม.ค. เมื่อเทียบรายปี สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 3.0% จากระดับ 3.3% ในเดือนธ.ค.
เมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี PPI พื้นฐาน ปรับตัวขึ้น 0.8% ในเดือนม.ค. สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 0.3% จากระดับ 0.6% ในเดือนธ.ค.