ดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียปิดลบติดต่อกันเป็นวันที่ 4 ในวันนี้ (13 พ.ค.) โดยปรับตัวลงตามทิศทางดัชนี S&P500 และ Nasdaq ตลาดหุ้นนิวยอร์กที่ปิดลบในวันอังคาร (12 พ.ค.) หลังจากสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อที่สูงกว่าคาดในเดือนเม.ย. เนื่องจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางได้ผลักดันราคาน้ำมันพุ่งขึ้น
ดัชนี S&P/ASX 200 ปิดที่ 8,630.40 จุด ลดลง 40.30 จุด หรือ -0.46% และดัชนี All Ordinaries ปิดที่ 8,880.70 จุด ลดลง 28.90 จุด หรือ -0.32%
หุ้นกลุ่มการเงินร่วงลงอย่างหนัก ขณะที่หุ้นกลุ่มเฮลท์แคร์และกลุ่มสินค้าคงทนสำหรับผู้บริโภคปรับตัวลงเล็กน้อย โดยหุ้นธนาคารรายใหญ่ในกลุ่มบิ๊กโฟร์ปรับตัวลงระหว่าง 1.5%-10.4% ส่วนหุ้นตัวอื่น ๆ ที่ปรับตัวลงในวันนี้ รวมถึงหุ้น Paladin Energy ดิ่งลง 12.0%, หุ้น Eagers Automotive ร่วงลง 2.2% และหุ้น Codan ลดลง 1.0%
ทั้งนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่สำคัญ ปรับตัวขึ้น 3.8% ในเดือนเม.ย. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค. 2566 และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 3.7% หลังจากที่เพิ่ม 3.3% ในเดือนมี.ค.
อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นออสเตรเลียลดช่วงลบ เนื่องจากนักลงทุนคาดหวังว่าการประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน อาจช่วยบรรเทาความตึงเครียดทั่วโลกได้